เหตุที่ “เนย์มาร์” จะไม่ได้ “บัลลงดอร์”!!!

FIFA55 FIFATH

ท่ามกลางความลุ้น! ว่าเย็นนี้ (18.00 น. ของวันที่ 15 มี.ค. 62) ใครจะปะทะแข้งกับใครในศึกยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกรอบ 8 ทีมสุดท้าย ใครหลายคนน่าจะมีเรื่องค้างคาใจน้อยๆ กับข่าวเล็กๆ ที่เป็นควันหลงในรอบ 16 ทีม จากการที่โคตรทีมแห่งฝรั่งเศสอย่างปารีส แซงต์ แชร์กแมง พ่ายพลิกล็อคให้กับปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จากเกาะอังกฤษ คาบ้านตัวเอง 1-3 ยังผลให้สกอร์รวมเสมอกันที่ 3-3 แต่ปารีสกระเด็นตกรอบด้วยกฎประตูทีมเยือน

 

ควันหลงจากเกมนั้นก็หนีไม่พ้นเหตุการณ์ที่กรรมการมอบจุดโทษช่วงท้ายเกมให้กับปีศาจแดงนั่นแหละครับ และคนที่ดูจะเป็นเดือดเป็นร้อนที่สุดก็หนีไม่พ้นดาวเตะอันดับ 3 ของโลกอย่าง เนย์มาร์ ดา ซิลวา ซังตุส ฌูนีโยร์ หรือก็คือ เนย์มาร์ นั่นแหละ (ไม่ค่อยได้เขียนชื่อเต็มๆ ของเขาเลยขอซะหน่อยนะ อิๆ)

 

หลังจากที่ผ่านนัดแรก ปารีสบุกทุบแมนฯ ยูฯ ถึงโอลด์แทรฟฟอร์ด 0-2 ตอนนั้นใครต่อใครก็คงคิดว่า ยังไงปารีสก็ต้องเข้ารอบ 8 ทีมแน่นอน ไม่น่าจะมีพลิกล็อคอะไรได้เลย เพราะทั้งขนาดทีม ความได้เปรียบจากประตูทีมเยือน กึ๋นผู้จัดการทีม (วัดจากประสบการณ์) และโมเมนตัมในเวลานั้นทุกอย่างล้วนเข้าทางปารีสหมด ดังนั้นเมื่อท่านเปาเป่าให้จุดโทษแมนฯ ยูฯ ในนัดสองที่บ้านปารีส และเป็นเจ้าหนู มาคัส แรชฟอร์ด ซัดเข้าไปแบบเฉียบขาด ใครหลายคนจึงออกอาการช็อคแตก!!! และแน่นอนว่าถ้าเป็นแฟนปารีสด้วยแล้ว มันย่อมเกิดอาการรับไม่ได้ขึ้นมา

 

อาการช็อครับไม่ได้มันเกิดขึ้นได้กับทุกคนนะครับ แต่ประเด็นก็คือการรับมือกับอาการช็อคนั่นต่างหากที่แต่ละคนมีแตกต่างกัน บางคนที่เป็นผู้ใหญ่หน่อย มีวุฒิภาวะ ก็อาจตั้งสติและนิ่งเงียบรับผลที่เกิดขึ้นได้อย่างเรียบนิ่ง อาจมีคัดง้างโต้แย้งบ้างก็เป็นไปด้วยเหตุและผลหรือด้วยกิริยาท่าทางที่สุภาพสมกับวัย แต่ถ้าใครคนนั้นยังเป็นเด็ก วุฒิภาวะยังต่ำ ก็อาจขาด skill หรือทักษะในการรับมือกับความช็อคนั้น และระบายมันออกมาทางกิริยาที่ไม่น่าดูชมเท่าไหร่นัก

 

ก็อย่างที่ทราบแหละครับว่า เนย์มาร์เป็นอย่างหลัง หลังเกมที่ปารีสแพ้แมนฯ ยูฯ เราคงได้เห็น meme ที่เป็นเนย์มาร์หน้าเหวอว่อนโลกอินเตอร์เน็ตกันไปแล้ว แต่นอกจาก meme ดังกล่าว ฝั่งเจ้าตัวเนย์มาร์เองก็ไม่รอช้า ออกมาโพสต์โซเชียลด่าผู้ตัดสินและกรรมการ VAR ทันที ซึ่งใครที่ได้เห็นข้อความที่ดาวเตะทีมชาติบราซิลโพสต์ไป ก็น่าจะได้เห็นถึงความก้าวร้าวและหยาบคายที่เจ้าตัวพ่นออกมาทางโลกโซเชียลไม่มากก็น้อย

 

และจากผลพวงของความก้าวร้าวดังกล่าว ก็ทำให้ยูฟ่านิ่งนอนใจไม่ได้ ออกมาแถลงเมื่อวานซืนว่า ยูฟ่าจะมีการตั้งคณะกรรมการเพื่อตรวจสอบการกระทำดังกล่าวของเนย์มาร์ ว่าเข้าข่ายหมิ่นคำตัดสินหรือไม่ ซึ่งหากผลออกมาว่าเนย์มาร์ผิดจริง ก็จะเป็นผลให้เจ้าตัวถูกปรับเงิน และอาจโดนโทษแบนสูงสุดถึง 3 เกมด้วยกัน

 

เอาละครับ…นั่นคือมูลเหตุที่มาที่ไปของเรื่องที่ผมจะเขียนถึงในวันนี้ นั่นก็คือ ถึงที่สุดแล้วผมไม่เชื่อว่าเนย์มาร์จะเป็นพ่อค้าแข้งรายต่อไปที่จะครองความยิ่งใหญ่ในบัลลังก์ลูกหนังโลกต่อจาก คริสเตียโน่ โรนัลโด้ และ เลโอเนล เมสซี่

 

จริงอยู่ว่าหากวัดกันที่ฝีไม้ลายเท้าและลีลากระชากลากเลื้อยบนสนาม ไม่มีใครปฏิเสธว่าเนย์มาร์ไม่ใช่ของจริง กลับกัน เขามีศักยภาพและความสามารถที่จะพุ่งขึ้นไปเป็นดาวเตะอันดับ 1 ของโลกได้ไม่ยาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ให้หลังจากที่โรนัลโด้และเมสซี่ปลดเกษียณตัวเองออกจากเวทีลูกหนังโลก

 

แต่สังเกตไหมครับว่า บนเส้นทางการค้าแข้งของอดีตดาวเตะซานโตสผู้นี้ ดูเต็มไปด้วยข้อครหาและสบประมาทมากมายเต็มไปหมด ทั้งความดีดดิ้นเกินงามยามถูกคู่แข้งสะกิด (มันคือเรื่องน้ำใจนักกีฬา) ทัศนคติในการเล่นบอลแบบชายเดี่ยว (ซึ่งปัจจุบันก็ถือว่าดีขึ้นเยอะแล้วแหละ) หรือเรื่องการใช้ชีวิตนอกสนาม

 

ทุกสิ่งทุกอย่างที่กล่าวมาของเนย์มาร์ ดูแตกต่างจาก 2 ดาวเตะรุ่นพี่อย่างโรนัลโด้และเมสซี่โดยสิ้นเชิง ขณะที่โรนัลโด้นั้นคือไอดอลของนักกีฬาผู้ซ้อมหนักอย่างบ้าคลั่ง มีวินัยถึงขั้นสุด และมีแรงขับดันยามลงสนามอยู่เป็นนิจ เนย์มาร์กลับมีชื่อเสียงทางด้านปาร์ตี้บันเทิงเริงรมย์กับสาวๆ มากหน้าหลายตา เรื่องการซ้อมก็คงไม่ถึงขั้นทำได้เหมือนอย่างที่โรนัลโด้ทำ และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ทัศนคติเวลาลงเล่น บ่อยครั้งเหลือเกินที่เนย์มาร์เล่นฟุตบอลบนฐานของการเห็นตัวเองเป็นนัมเบอร์วัน (นี่ก็คืออีกเหตุผลใหญ่ที่เขาเลือกออกจากบาร์เซโลน่ามา เพราะไม่อยากอยู่ใต้ร่มเงาของเมสซี่) ขณะที่เพื่อนร่วมทีมเป็นเพียงคนซัพพอร์ต และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง เขามักไม่ให้เกียรติคู่แข่งขัน

 

เทียบกับเมสซี่บ้าง ดาวเตะอัจฉริยะสัญชาติอาร์เจนติน่าโดดเด่นด้วยลีลาบนสนามที่หาใครยากจับได้ แต่กับชีวิตนอกสังเวียนแข้ง เขาคือแฟมิลี่แมนที่ใช้ชีวิตเงียบๆ อยู่กับครอบครัว ดังจะเห็นได้ว่ามีข่าวฉาวของเมสซี่ออกมาน้อยมากนับตั้งแต่ที่เขาสถาปนาตัวเองขึ้นมาเป็นมนุษย์ต่างดาวบนสังเวียนแข้ง (เว้นก็แต่เรื่องเลี่ยงภาษีน่ะนะ 555) แต่สำหรับเนย์มาร์ ก็ดังที่กล่าวเทียบไปแล้วในข้างต้น ว่าเขายังสนุกสนานอยู่กับชีวิตโสด งานปาร์ตี้ แฟชั่น และไลฟ์สไตล์แบบจิ๊กโก๋ถูกหวยอยู่ตลอดเวลา

 

ข้อแตกต่างข้างต้นระหว่างเนย์มาร์กับ 2 สตาร์อย่างโรนัลโด้และเมสซี่บอกอะไรเราได้บ้าง?

 

สรุปรวบยอดความคิดที่ผมเห็นก็คือ เรื่องวุฒิภาวะ นี่แหละครับ

 

คนเราเมื่อโตขึ้น เราผ่านการเรียนรู้โลก เรียนรู้การบริหารความสัมพันธ์กับผู้คนในสังคม เรียนรู้การอยู่ภายใต้กฎกรอบของสังคม ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อป้องกันความวุ่นวายสับสนและการละเมิดสิทธิที่ทุกคนพึงมี คนเราเมื่อผ่านการเรียนรู้เรื่องราวเหล่านั้นมาแล้ว มันจะเกิดกระบวนการซึมซับ สังเคราะห์ และตกผนึก เกิดเป็นวุฒิภาวะที่จะตัดสินใจได้ว่า อะไรที่ควรทำ อะไรที่ไม่ควรทำ

 

ผมมองว่านี่แหละคือสิ่งที่เนย์มาร์ขาดหายไป…

 

ทุกวันนี้ดาวเตะทีมชาติแซมบ้าผู้นี้อายุอานาม 27 ปีแล้วนะครับ ไม่ใช่วันเดอร์คิดหรือดาวรุ่งพุ่งแรงที่เราหลงคิดว่าเขายังเป็นอยู่แต่อย่างใด อีกแค่ 3 ปีเขาก็จะเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายของชีวิตการค้าแข้งบนโลกลูกหนังแล้ว แต่ไยการกระทำตลอดเวลาที่ผ่านมาของเจ้าตัวจึงแลดูคล้ายกับเด็กที่ยังไม่โตก็ไม่อาจทราบได้

 

ใช่ครับ…ไม่มีใครรู้หรอกว่าทำไมเนย์มาร์จึงดูเป็นเด็กที่ยังไม่โต อาจเป็นผลจากสังคมในวัยเด็กที่เขาเติบโตมา หรือเป็นผลมาจากการเลี้ยงดูทางบ้าน แต่ความจริงมันก็คือความจริง และผลของความจริงข้อนี้ก็คือ มันจะทำให้เขาไม่ได้ก้าวไปสู่ความเป็นนัมเบอร์วันของโลกลูกหนังอย่างที่เขาวาดหวังตั้งใจไว้

 

เนย์มาร์จะไม่ได้บัลลงดอร์!!! คุณเชื่อผมไหม?

 

เพราะหากพิจารณาจากผลของผู้ชนะโหวตในรายการนี้ตลอดเวลาที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่านอกจากฝีมือฝีเท้าที่เอกอุเกินใครในใต้หล้า (ในปีนั้น) แล้ว ดาวเตะที่ได้รางวัลนี้ล้วนมีบุคลิกลักษณะของความเป็นผู้นำ เป็นสุภาพบุรุษ มีน้ำใจนักกีฬา และเป็นผู้ใหญ่ที่ดูมีวุฒิภาวะด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น

 

เชื่อไหม? ถ้าไม่เชื่อก็ลองไปไล่ดูกันก็ได้ จากปีล่าสุดไปจนปีก่อนๆ หน้านั้น (ยกเว้น 2 สตาร์อย่างโรนัลโด้และเมสซี่แล้วกันนะครับ เพราะพูดถึงไปเยอะแล้ว)

 

ลูก้า โมดริช ( ค.ศ. 2018) = เขาคือกัปตันทีมชาติโครเอเชีย เล่นฟุตบอลอย่างมีวินัย และแทบไม่เคยมีข่าวฉาวในชีวิตการค้าแข้ง

 

กาก้า (ค.ศ. 2007) = นักฟุตบอลอัจฉริยะผู้เคร่งศาสนา มีชีวิตรักแบบเทพนิยาย และมีชีวิตครอบครัวที่อบอุ่น

 

ฟาบิโอ คันนาวาโร่ (ค.ศ. 2006) = กัปตันทีมชาติอิตาลีผู้แข็งแกร่ง

 

โรนัลดินโญ่ (ค.ศ. 2005) = ดาวเตะพรสวรรค์ผู้เล่นฟุตบอลอย่างมีความสุขในทุกๆ นาที และเป็นคนที่ให้เกียรติเพื่อนร่วมอาชีพอย่างที่สุด (แม้จะมีชีวิตนอกสนามในแบบปาร์ตี้บอยไม่แพ้เนย์มาร์ก็ตาม)

 

อังเดร เชฟเชนโก้ (ค.ศ. 2004) = สุภาพบุรุษหน้าคมแห่งยูเครน

 

พาเวล เนดเวด (ค.ศ. 2003) = ผู้นำแห่งทีมชาติเชคและยูเวนตุส ขึ้นชื่อลือชาเรื่องความเป็นสุภาพบุรุษบนสนามหญ้า ให้เกียรติคู่แข่ง ไม่ทำร้ายใคร และหากเผลอทำร้ายจนทำให้คู่แข่งเจ็บ เขาจะรู้สึกผิดหวังกับตัวเองมาก

 

โรนัลโด้ (ค.ศ. 2002) = โคตรกองหน้าตลอดกาลของใครหลายๆ คน อาจมีชีวิตนอกสนามปาร์ตี้บอยหน่อย แต่นอกนั้นก็ค่อนข้างเรียบๆ ไม่มีข่าวฉาว ไม่มีปัญหาอะไรกับใครนัก

 

ไมเคิล โอเว่น (ค.ศ. 2001) = วันเดอร์คิดในเวลานั้นที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นในการเล่นฟุตบอล

 

หลุยส์ ฟิโก้ (ค.ศ. 2000) = สุภาพบุรุษแห่งแดนฝอยทอง ขึ้นชื่อเรื่องความเป็นผู้นำเกินร้อย

 

ริวัลโด้ (ค.ศ. 1999) = นอกจากขาโก่งๆ นั่นแล้วก็ยังไม่เคยได้ยินข่าวลบๆ ของเขาเลย (ทีเดียวครั้งเดียวคือช็อตตบตาผู้ตัดสินนัดเจอตุรกีในฟุตบอลโลกปี 2002 แต่นั่นก็คือหลังจากที่เขาได้บัลลงดอร์ไปแล้วน่ะนะ 555 ฟีฟ่าจะเรียกคืนได้มั้ย?)

 

ซีเนอดีน ซีดาน (ค.ศ. 1998) = โคตรผู้นำแห่งแดนหอไอเฟล ไม่ทำร้ายใครก่อนถ้าไม่ถูกด่าแม่และน้องสาว 555

 

จอร์จ เวอาห์ (ค.ศ. 1995) = ปัจจุบันคือประธานาธิบดีไลบีเรีย ภาวะผู้นำมีแค่ไหนลองตรองดูวววว…

 

เอาแค่นี้ก่อนมั้ย รู้สึกเหนื่อย 555

 

นั่นคือตัวอย่างพอสังเขปแล้วกันนะครับสำหรับรายนามของดาวเตะที่เคยได้ยลโฉมรางวัลบัลลงดอร์ไป จะเห็นได้ว่าทุกคนล้วนมีคาแรกเตอร์ของความเป็นผู้นำ ความเป็นสุภาพบุรุษกันทั้งสิ้น

 

หากแต่เมื่อหันกลับมามองที่พ่อเทพบุตรเนย์มาร์ของเรา หึๆๆๆ

 

ด้วยเหตุผลข้างต้น บวกกับอย่าลืมว่าคะแนนของบัลลงดอร์นั้นมาจากนักข่าวสายกีฬา ซึ่งก็เป็นมนุษย์ปุถุชน มีความชอบความเกลียด ดังนั้นเกณฑ์การโหวตให้ใครของนักข่าวมันก็หลีกเลี่ยงเรื่องของอคติและความชอบไม่ชอบไปไม่พ้นเลย

 

คือ ถ้ามีตัวเลือกระหว่างนักฟุตบอลที่เก่งพอฟัดพอเหวี่ยงกัน 2 คน แต่คนหนึ่งขึ้นชื่อลือชาเรื่องการเป็นตัวเจ้าปัญหา กับอีกคนที่วางตัวเงียบๆ เรียบร้อยตลอดมา นักข่าวที่ก็เป็นมนุษย์คนหนึ่งจะเลือกใครกัน??? ยกเว้นไว้แต่ว่าไอ้นักเตะคนแรกมันจะเป็นยอดมนุษย์แบบโคตรๆ ชนิดที่ไม่ให้ไม่ได้ ซึ่งเมื่อถามว่าเนย์มาร์วันนี้อยู่ในระดับนั้นแล้วหรือยัง? ผมคิดว่ายัง!!!

 

ดังนั้น สำหรับพ่อเทพบุตรเนย์มาร์ของเรา ผมเชื่อเหลือเกินว่าถ้าเขายังไม่ยอมโตไปมากกว่าที่เป็นอยู่นี้ เขาจะไม่มีทางได้บัลลงดอร์อย่างแน่นอน.

FIFATH LINE

FIFATH - เล่น FIFA55 กับน้องปาร์ตี้ แจกเครดิตลองเล่น ฟรี 100 บาท
สอบถามเพิ่มเติมหรือต้องการสมัครสมาชิก กดที่ปุ่มเพิ่มเพื่อนด้านล่างได้เลยค่ะ

Comments

comments