ชะตากรรมของซูเปอร์ซับ…ชะตากรรมของโอริกี้

FIFA55 FIFATH

ควันหลงจากกรณีที่หงส์แดง ลิเวอร์พูล ผงาดคว้าแชมป์หูโต ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก ด้วยการบดเอาชนะท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ ของพี่ตูน (555) ไปได้ 2-0 จากการยิงจุดโทษของบังโม โมฮัมเหม็ด ซาลาห์ ตั้งแต่ต้นเกม และมายิงปิดบัญชีในช่วงท้ายเกมด้วยฝีเท้าของ ดิว็อค โอริกี้ ก็ทำให้ชื่อของดาวเตะสัญชาติเบลเยี่ยมกลายเป็นทอล์ค ออฟ เดอะ ทาวน์ โดยเฉพาะในหมู่แฟนหงส์กันอย่างล้นหลาม โทษฐานที่ทำให้เหล่าเดอะค็อปปลอดโล่งโปร่งใจราวยกภูเขาคีรีมันจาโรออกจากทรวงอก (เพราะไม่ต้องกังวลว่าจะโดนสเปอร์ซัดตีเสมอท้ายเกม แล้วเดี๋ยวโมเมนตัมมันจะเปลี่ยน) และหนึ่งในควันหลงที่น่าสนใจก็คือ การที่ศิษย์เก่าอย่าง ปีเตอร์ เคร้าช์ ที่ปัจจุบันค้าแข้งอยู่กับเบิร์นลีย์ ปลื้มดาวเตะผู้นี้จัดๆ จนขอนำเอาชื่อ “ดิว็อค” ไปตั้งเป็นชื่อลูกชายคนที่ 4 ที่เพิ่งลืมตาดูโลกสดๆ ร้อนๆ เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา

คือเห็นข่าวของเคร้าช์แล้วก็อดดีใจแทนโอริกี้ไม่ได้นะครับ มันน่าภูมิใจไม่น้อยทีเดียวที่มีคนปลื้มเราขนาดที่เอาชื่อเสียงเรียงนามของเราไปตั้งเป็นชื่อลูกเขา

แต่ขณะเดียวกัน เห็นข่าวนี้แล้วผมก็อดที่จะคาดคะเนอนาคตในวันข้างหน้าของโอริกี้ไม่ได้ คือวันนี้ตอนนี้เขามีสถานะเป็นซูเปอร์ซับของแฟนๆ หงส์แดง เป็นฮีโร่กลายๆ เป็นคนสำคัญ แต่ก็ต้องไม่ลืมว่าเขาไม่ใช่ตัวหลักของลิเวอร์พูลชุดนี้ และการลงมายิงในฐานะซูเปอร์ซับ มันก็ไม่ได้การันตีตำแหน่งตัวจริงอะไรมากมายนัก (ถ้าคุณยิงได้ไม่มากพอ) หรือแม้แต่ซูเปอร์ซับมืออาชีพหลายๆ คนในโลกลูกหนัง ต่อให้ยิงเยอะเป็นกอบเป็นกำ แต่ก็หาได้น้อยมากที่บุคคลเหล่านี้จะยกระดับตัวเองขึ้นมาเป็นตัวจริงประจำทีมได้ ดูอย่างผู้จัดการทีมคู่ปรับของหงส์แดงคนปัจจุบันอย่างเฮียหน้าทารก โอเล่ กุนนาร์ โซลชา นั่นสิ เป็นซูเปอร์ซับตลอดกาล คือถ้าเป็นตัวสำรองแล้วเปลี่ยนลงมาพี่แกยิงเอาๆ แต่พอเป็นตัวจริงมันก็จะเหงาๆ หงอยๆ หายๆ ไปจากเกมอยู่บ่อยๆ

ผมเลยอดคิดไม่ได้ว่า บทบาทของมนุษย์แต่ละคนบางครั้งก็ถูกกำหนดมาแล้วจากสวรรค์ คือคุณมรึงต้องอยู่ในจุดตรงนี้แหละถึงจะดี ขยับไปอยู่จุดอื่นแม้จะใกล้ๆ กับจุดเดิมหรือห่างจากจุดเดิมไม่เท่าไหร่ มันก็อาจไม่ดีเหมือนเดิม

ตำแหน่งซูเปอร์ซับจึงอาจเป็นตำแหน่ง หรือจุดยืน หรือที่ยืนของนักฟุตบอลหลายๆ คน คือทำได้ดีที่สุดในตำแหน่งนี้แหละ เป็นตัวจริงไม่ได้หรอก แต่ว่าคุณจะถูกเปลี่ยนตัวลงมือและยิงได้ในเกมสำคัญจนทำให้ทีมประสบความสำเร็จ แต่ถึงที่สุดแล้วคุณก็จะต้องอยู่ในจุดดังกล่าวต่อไป ตราบจนกว่าคุณจะระเบิดฟอร์มในฐานะตัวจริงให้ได้นั่นแหละ สถานะของคุณจึงจะเปลี่ยนไป

ผมก็ไม่รู้นะครับว่าอนาคตของโอริกี้ต่อไปจะสามารถยกระดับตัวเองขึ้นมายึดตัวจริงของลิเวอร์พูลในยุคของ เจอร์เก้น คล็อปป์ ได้หรือไม่ แต่วันนี้อยากจะชวนเพื่อนๆ ย้อนอดีตกลับไปดูอดีตซูเปอร์ซับ ที่ย้ายไปเป็นอะไรอย่างอื่นไม่ได้เลยนอกจากตัวสำรองอาชีพ มีใครบ้างลองไปดูกัน

โอเล กุนนาร์ โซลชา

คนแรกก็เป็นใครไปไม่ได้เลยนอกจากเพชฌฆาตหน้าทารก เฮียโซลชาของเด็กผีปีศาจแดง ตลอดเวลาของการเข้ามาเป็นนักเตะของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เขาทำได้ดีตลอดเวลาที่เป็นตัวสำรอง และถูกส่งลงสนามมาในเวลาที่ทีมต้องการประตู วีรกรรมที่โดดเด่นที่สุดก็คงหนีไม่พ้นการลงมาอยู่ในสนามแค่ 10 นาที แต่สามารถกระซวกประตูน็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ ได้ถึง 4 เม็ด (สกอร์รวมนัดนั้น แมนฯ ยูฯ ฆาตกรรมเจ้าป่าไป 8-1) และแน่นอน วีรกรรมโคตรซูเปอร์ซับ ลงมายิงดับเสือใต้ บาเยิร์น มิวนิค ในช่วงทดเวลา ให้ปีศาจแดงพลิกชนะเสือใต้ไปได้ 2-1 คว้าแชมป์ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกไปได้อย่างยิ่งใหญ่

แต่อย่างไรก็ตาม ให้หลังจากซีซั่นแห่งความเป็นฮีโร่ โซลชาก็พยายามพิสูจน์ตัวอย่างหลายครั้งเพื่อให้ได้เป็นตัวจริงของปีศาจแดง แต่ก็น่าแปลกที่เขาไม่สามารถทำได้ดีในฐานะตัวจริงเลย กระทั่งช่วงหลังที่ เดวิด เบคแฮม ถูกขายไปให้กับเรอัล มาดริด และแมนฯ ยูฯ ขาดตัวแทนของเบคแฮมในตำแหน่งปีกขวา ก็เป็นโซลชาที่ขันอาสายอมเล่นเป็นปีกเพื่อให้ได้เป็นตัวจริง แต่เขาก็ไม่สามารถเรียกฟอร์มที่ดีจนทำให้ เซอร์ อเล็ก เฟอร์กูสัน ประทับใจได้ จนในที่สุดเขาก็ตัดสินใจแขวนสตั๊ดกับปีศาจแดงในซีซั่น 2006/2007 ปิดท้ายบทบาทโคตรซูเปอร์ซับไปอย่างน่าเสียดาย

ฮาเวียร์ เอร์นานเดซ ชิชาร์ริโต้

รุ่นน้องในทีมปีศาจแดงของโซลชา และก็เป็นผู้สานต่อบทบาทซูเปอร์ซับประจำทีมเหมือนรุ่นพี่เพชฌฆาตหน้าทารก ชิชาร์ริโต้ถือเป็นกองหน้าที่หาพื้นที่ได้เก่ง มีความปราดเปรียวว่องไว และที่สำคัญคือสามารถใช้ทุกส่วนของร่างกายทำประตูได้ (แม้แต่การยิงแฉลบมาโดนหน้าตัวเองเข้าประตูคู่แข่งเขาก็ทำมาแล้ว 555) และช็อตที่ตรึงตราตรงใจมากที่สุดของเจ้าถั่วน้อย ก็คือการยิงใส่เชลซีในซีซั่นที่ปีศาจแดงกับสิงโตน้ำเงินครามกำลังเบียดบี้ล่าแชมป์กันอย่างคู่คี่สูสี ลูกยิงช่วงต้นเกมนั้นของชิชาร์ริโต้ถือเป็นตัวปลดล็อคทุกอย่างในเกม ทำให้ปีศาจแดงเล่นง่ายตลอดเกมที่เหลือ และก็สามารถคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกในซีซั่นนั้นไปครองได้อย่างราบรื่นในที่สุด

ชิชาร์ริโต้ถือเป็นคนที่มีสปิริตดีทีเดียว เพระาแม้จะถูกจับเป็นตัวสำรองแต่ก็มักไม่ค่อยบ่นไม่ค่อยอะไร (เว้นแต่ช่วงหลังที่พี่แกก็คงอึดอัดมากพอทนแล้ว) อย่างไรก็ดี สมัยที่ป๋าแพนด้า เซอร์ อเล็ก เฟอร์กูสัน ยังดำรงตำแหน่งคุมทัพปีศาจแดงอยู่ ก็ไม่ใช่ว่าป๋าแกจะไม่เคยให้โอกาสชิชาร์ริโต้เป็นตัวจริงเลย แต่เมื่อให้โอกาสแล้วการณ์กลับกลายเป็นว่าผลงานของเจ้าถั่วน้อยไม่ดีและทำประตูไม่ได้เหมือนเวลาลงมาเป็นซูเปอร์ซับตัวเปลี่ยนเกม

และก็นั่นเอง สุดท้ายก็เรอัล มาดริด ที่รับเจ้าถั่วน้อยไปอยู่ในชายคา แต่สุดท้ายจนแล้วจนรอด ชิชาร์ริโต้ก็ไม่สามารถสอดแทรกขึ้นไปเป็นตัวจริงตามที่หวังได้ ก่อนจะย้ายไปผจญภัยในลีกต่างแดนตราบจนทุกวันนี้

ลาร์ส ริคเคน

อดีตดาวรุ่งพรสวรรค์สูง เทคนิคเยี่ยม ที่เติบโตและแจ้งเกิดกับทีมเสือเหลือง โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ด้วยศักยภาพที่เขามีทำให้เขากลายเป็นตัวจริงของเสือเหลืองอยู่ช่วงหนึ่ง แต่สุดท้ายผลงานกลับไม่ดีเมื่อเทียบกับตอนที่เขาถูกส่งมาเป็นตัวสำรอง โดยเฉพาะแมตช์ประทับใจ ที่เขาถูกส่งลงมาเป้นตัวสำรอง และใช้เวลาอยู่ในสนามเพียง 16 วินาที ยิงประตูใส่เจ้าม้าลาย ยูเวนตุส ในนัดชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ซีซั่น 1997 และทำให้ดอร์ทมุนด์คว้าแชมป์ไปครองได้อย่างยิ่งใหญ่

แต่ก็นั่นเอง สุดท้ายเขาก็ไม่สามารถสอดแทรกขึ้นไปเป็นตัวจริงของเสือเหลืองได้ และถูกจดจำในฐานะซูปเอร์ซับของเสือเหลืองจนกระทั่งแขวนสตั๊ดไป

เดวิด แฟร์คลัฟ

หนึ่งในตำนานของทัพหงส์แดง ลิเวอร์พูล ช่วง 1970-1980 ที่มีสัญชาตญาณการทำประตูที่ยอดเยี่ยม แต่ก็นั่นเอง เขาไม่สามารถผลักดันตัวเองไปสู่การเป็นตัวจริงของหงส์แดงได้ เพราะในยุคนั้นมีโคตรตำนาน (กว่า) อย่าง เควิน คีแกน และ จอห์น โตแช็ค ซึ่งก็ถือเป็นเรื่องที่เข้าใจกันได้

อย่างไรก็ตาม แฟร์คลัฟก็ถูกยกย่องเป็นตำนานซูเปอร์ซับของลิเวอร์พูล ด้วยผลงานยิง 18 ลูกจากการเป็นตัวสำรอง ซึ่งยังไม่มีใครทาบรัศมีได้มาจนถึงทุกวันนี้

ดิว็อค โอริกี้

ฮีโร่ซูเปอร์ซับคนล่าสุดของหงส์แดง และก็มีแนวโน้มว่าจะกลายเป็นว่าที่ตำนานซูเปอร์ซับคนต่อไป เพราะในซีซั่นที่เพิ่งผ่านพ้นไป โอริกี้ทำสถิติลงสนามมาเป็นตัวสำรอง แล้วสามารถพังประตูให้กับทีมไปแล้วได้ถึง 8 ลูก ทำให้เขาขึ้นแท่นเป็นจอมซูเปอร์ซับตลอดกาลของหงส์แดงในอันดับที่ 4 (เป็นรองแฟร์คลัฟ อันดับ 1, แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ อันดับที่ 2 (13 ประตู) และ ไรอัน บาเบล อันดับ 3 (12 ประตู)

ทั้งหมดทั้งมวลข้างต้น เพื่อนๆ อาจจะเห็นว่าตำนานซูเปอร์ซับส่วนใหญ่นั้น ไม่สามารถผลักดันตัวเองขึ้นไปยึดตำแหน่งตัวจริงได้ แน่นอนมันต้องมีช่วงหนึ่งที่พวกเขาสามารถเดินทางไปสู่การเป็นตัวจริง แต่ด้วยเหตุปัจจัยหลายๆ อย่าง (โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เวลาลงเป็นตัวจริงเล่นไม่ดีเหมือนตอนลงมาเป็นตัวสำรอง) มันก็ทำให้พวกเขาไม่สามารถยืดระยะหรือยึดครองตำแหน่งไว้ได้ และสุดท้ายก็กลับไปอยู่ในจุดเดิม

แน่นอน มันอาจจะเร็วไปที่จะมาด่วนตัดสินโอริกี้ ว่าเขาจะไม่สามารถไปไหนได้ไกลกว่าการเป็นตัวสำรองซูเปอร์ซับ แต่ก็นั่นเอง หากพิจารณาจากบริบทของหงส์แดงในเวลานี้ โอริกี้ก็ดูจะประสบปัญหาเดียวกับที่แฟร์คลัฟเจอเมื่อยุค 1970-1980 โดยเฉพาะแดนหน้าของหงส์แดงในเวลานี้ที่อุดมไปด้วยยอดพระกาฬระดับโลกอย่าง ซาดิโอ มาเน่, โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ และ โมฮัมเหม็ด ซาล่า คือที่มันเต็มเสียแล้วสำหรับโอริกี้ ยากมากที่เขาจะสามารถพุ่งทะลุกลางปล้องขึ้นไปได้หากดาวเตะตัวจริงทั้งสามไม่บาดเจ็บหรือย้ายทีม

เพราะฉะนั้นในช่วงเวลาอันใกล้นี้ ยากมากที่โอริกี้จะถีบตัวเองจากตัวสำรองกลายมาเป็นตัวจริง สิ่งสำคัญที่เขาต้องทำในกรณีที่อยากจะอยู่โยงกับหงส์แดงก็คือ การอดทนรออย่างมีวินัย และเต็มที่ที่สุดยามได้รับโอกาส ถือเป็น 2 ข้อง่ายๆ (ที่ทำได้จริงนั้นยากมาก)

หากทำตามนี้แล้ว ยังไม่สามารถยกระดับตัวเองได้อีก ก็อาจจะต้องต้อนรับโอริกี้ไว้ในตำนานซูเปอร์ซับอีกคนก็เป็นได้.

FIFATH LINE

FIFATH - เล่น FIFA55 กับน้องปาร์ตี้ แจกเครดิตลองเล่น ฟรี 100 บาท
สอบถามเพิ่มเติมหรือต้องการสมัครสมาชิก กดที่ปุ่มเพิ่มเพื่อนด้านล่างได้เลยค่ะ

Comments

comments