เรื่องของเฮียเอ็ด (ว่าด้วยความล้มเหลวในการจัดการนักเตะของแมนฯ ยูฯ)

หลังจากปิดซีซั่นมาได้หลายเพลา ตอนนี้หลายทีมชั้นนำในลีกยุโรปก็เริ่มทยอยเดินสายสอยตัวผู้เล่นหน้าใหม่มาประดับทีมกันแล้วนะครับ

ในบรรดาท็อปทีมของลีกยุโรป คงไม่มีใครเปิดหัวการช้อปภาคฤดูร้อนในซีซั่นนี้ได้แรงร้อนไปกว่าเสือเหลือง โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ อีกแล้วแหละผมว่า เพราะยังไม่สิ้นเสียงศึกเดเอ็ฟเบ-โพคาล (ที่เสือใต้ บาเยิร์น มิวนิค ดาหน้าถล่ม แอร์เบ ไลป์ซิก ไป 3-0 เมื่อคืนวาน) คือศึกบอลถ้วยในประเทศยังไม่จบดีเลย พี่เสือ (เหลือง) ก็ไล่สอยดาวเตะชั้นนำจากทีมเพื่อนบ้านในบุนเดสลีกามาเข้าทีมแล้ว 3 พระหน่อด้วยกัน ไล่ตั้งแต่ นิโค่ ชูลซ์ ดาวเตะสารพัดประโยชน์ของฮอฟเฟ่นไฮม์, ธอร์กก็อง อาซาร์ มิดฟิลด์ชาวเบลเยียมของ โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค (ผู้น้องของ เอเด็น อาซาร์ ที่กำลังจะย้ายไปเรอัล มาดริด) ก่อนจะปิดท้ายด้วย ยูเลี่ยน บรันด์ท มิดฟิลด์ดาวรุ่งจากไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ที่หลายทีมยักษ์ใหญ่ต่างกำลังจดๆ จ้องๆ มองๆ เมียงๆ (จนเจอช็อตเด็ดตัวแบบสายฟ้าแลบนี้ของพี่เสือเหลืองเข้าไป ก็คงมีช็อคกันไปหลายทีม 555)

ใครที่ติดตามโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ในหลายๆ ปีที่ผ่านมาน่าจะเห็นเหมือนกันนะครับ ว่าทีมนี้มีระบบการเสริมทัพที่ยอดเยี่ยมมาก หนึ่งคือในมิติของความรวดเร็ว อยากได้ใครจัดไปไม่รอช้า ไม่เหมือนบางทีมแถวแมนเชสเตอร์ ที่มีข่าวกับนักเตะไปทั่วแทบจะทั้งโลก และหลายต่อหลายครั้งสื่อก็จะบอกว่า “ใกล้แล้ว! ใกล้จะได้ตัวแล้ว” “รอซบในอีก 48 ชั่วโมงเท่านั้น” “จ่อซบแบบสุดๆ” ก่อนที่สุดท้ายไอ้คนนั้นมันก็จะไปชูเสื้อกับทีมอื่น 555 ไม่ต้องบอกก็คงรู้นะครับว่าทีมไหน…

สองสำหรับโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ คือในมิติของคุณภาพนักเตะ เรียกได้ว่าใครที่เสือเหลืองฉกตัวมา มักไม่มีปัญหาหรือแทบไม่มีปัญหาในการเล่นร่วมกับทีมเลย หนำซ้ำ นักเตะใหม่ที่คว้ามามักเป็นขุมพลังที่ช่วยขับดันให้ทีมพุ่งแรงปรู๊ดปร๊าดดีชะมัด ซึ่งอันนี้น่าจะต้องยกความดีความชอบให้ทีมเทคนิคและแมวมอง ที่เห็นศักยภาพของนักเตะที่ตรงกับความต้องการของทีมจริงๆ ไม่ใช่ซื้อมาเพราะดัง แต่พอมาเล่นจริงวิ่งไม่ออก เล่นไม่เข้ากับเพื่อนอะไรแบบนั้น ไล่มาตั้งแต่ยุคที่สยบเสื้อใต้ บาเยิร์น มิวนิค ครองแชมป์บุนเดสลีกาได้ในรอบหลายปีนั่นแหละ ตั้งแต่ยุค มาร์โค ร็อยส์ มาจนถึงยุค ชินจิ คางาวะ, อิลคาย กุนโดกัน, ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมยอง มาจนถึงยุคของ จาดอน ซานโช ณ ปัจจุบัน คือหลายต่อหลายคนก่อนจะมาอยู่กับดอร์ทมุนด์ ล้วนไร้ชื่อ บ้างก็มีชื่อแต่ดับกับสโมสรเดิมไปแล้ว แต่ก็กลับมาเกิดใหม่กับดอร์ทมุนด์ ซึ่งอันนี้ต้องยอมพี่เสือเหลืองเขาเลย

สามคือในมิติของราคาครับ ดอร์ทมุนด์ซื้อผู้เล่นได้ถูกมาก จริงอยู่ว่าหลายๆ คนข้างต้นนั้นส่วนใหญ่ดอร์ทมุนด์ดึงมาตอนที่ยังไม่เปรี้ยงแบบสุดๆ คือซื้อมาปั้นกลายๆ นั่นแหละจนมาเปรี้ยงปร้างกับดอร์ทมุนด์ (แล้วก็ขายต่อเอากำไรแมร่ม 555) หรือบางส่วนก็คือซื้อมาตอนฟอร์มดร็อป ทำให้ค่าตัวไม่พุ่งปรี๊ดปร๊าดมากนัก เอามาปั้นใหม่ให้เก่ง (แล้วก็ขายต่อเอากำไรแมร่ม 555) แต่อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาดีๆ จะเห็นว่านี่คือตัวอย่างของสโมสรที่ใช้เงินเป็น และมีทีมที่เจรจาเรื่องค่าตัวนักเตะได้เก่งมากๆ ดูได้จากดีลล่าสุดอย่างอาซาร์ผู้น้อง ถ้าเป็นทีมระดับท็อปๆ อย่างเรอัล มาดริด เรือใบสีฟ้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ หรือปารีส แซงต์ แชร์กแมง ต้องมีระดับค่าตัว 80 ล้านยูโรขึ้นไป

แต่ดอร์ทมุนด์กลับจ่ายค่าตัวของอาซาร์ผู้น้องให้โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค ไปแค่ 25.5 ล้านยูโร (หรือประมาณ 900 ล้านบาทไทย) เท่านั้น!

ไม่ต่างกัน กับ ยูเลี่ยน บรันด์ท ดอร์ทมุนด์ก็จ่ายให้ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ไปแค่ 25 ล้านยูโร เช่นกัน

คือเห็นดอร์ทมุนด์ทำงานเรื่องการตลาดนักเตะแล้ว ก็อดสังเวชใจแทนหลายๆ ทีมไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ครับ (คราวนี้เอ่ยชื่อชัดๆ กันไปเลย)

แต่ไหนแต่ไรมา แมนฯ ยูฯ ก็ไม่ใช่ทีมที่โดดเด่นเรื่องการซื้อหานักเตะโนเนมมาเสริมศักยภาพของทีมสักเท่าไหร่นะครับ ที่มีชื่อเสียงส่วนใหญ่ก็มาจากการปั้นเยาวชนขึ้นมา (รวมไปถึงการดึงตัวเด็กๆ อายุน้อยๆ มาเข้าอคาเดมี่และปั้นขึ้นมา) ไอ้ครั้นที่ซื้อมาแบบที่ไม่ใช่เด็กก็มักเป็นตัวผู้เล่นที่มีชื่อเสียงมีชื่อชั้นอยู่แล้วเป็นส่วนใหญ่ ไอ้ที่ดึงโนเนมมาแล้วแบบ…โห! โคตรสุด! ก็มีไม่กี่คน โดยเฉพาะยุคหลังๆ นี้แทบไม่มีนักเตะจำพวกที่ว่าให้เห็นเลย และส่วนใหญ่มักจะหนักไปทางการแปลงร่างเป็นเจ้าบุญทุ่ม ซื้อตัวผู้เล่นแต่ละตัวแบบดูโคตรเทพ เสียเงินเป็นฟ่อนใหญ่ๆ แต่พอเอามาลงทีมเล่นจริงกลับโคตรห่วยบรมซะยังงั้น

ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลมันตั้งต้นมาตั้งแต่ที่ตระกูลเกลเซอร์เข้ามาเทคโอเวอร์ และปรากฏกายพ่อยอดชาย ฯพณฯ ท่านลอร์ดเอ็ด วู้ดเวิร์ด นี่แหละครับ

ลองดูได้ครับว่านักเตะใหม่ในยุคของลอร์ดเอ็ดนั้นมีใครบ้าง? และผลงานของพวกเขาเป็นอย่างไร? เอาเฉพาะตัวเด็ดๆ ก็ตั้งแต่…

อังเคล ดิ มาเรีย

ด็อบบี้แห่งอาร์เจนติน่า ที่ทุ่มซื้อมาจากเรอัล มาดริด เข้ามาในช่วงของ ฯพณฯ ท่านปรัชญาแมน หลุยส์ ฟานกัล ตอน 10 นัดแรกนั้นโคตรพีคทั้งยิงทั้งจ่าย แต่หลังจากนั้นก็หายวับเข้ากลีบเมฆ เล่นไม่เข้าระบบ เล่นไร้ใจ เล่นจนท้อทั้งตัวนักเตะและแฟนบอล สุดท้ายก็อยู่กับทีมได้แค่ซีซั่นเดียว ก่อนจะระเห็จตัวเองไปอยู่กับโคตรทีมอย่างปารีส แซงต์ แชร์กแมง

ผลสอบ : ขาดทุนและเสียเวลา

บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์

ถ้าซื้อมาตอนยังหนุ่มแน่นกว่านี้ก็โอเคนะ แม้จะอายุอานามเยอะแต่บางแมตช์ก็โชว์ฟอร์มได้เข้าตาดีทีเดียว แต่ปัญหาก็คือมันดีแค่บางแมตช์ การยืนระยะด้วยอายุอานามระดับเลข 3 นำหน้าของบาสตี้ ไม่ใช่การลงทุนเพื่อสร้างทีมที่ดีเลย และสุดท้ายก็ต้องปล่อยไปลีกอเมริกันแบบกร่อยๆ

ผลสอบ : เกือบผ่าน แต่ก็ไม่ผ่านนะ

มาร์กอส โรโฮ

โคตรเด่นตอนเล่นให้อาร์เจนติน่าในฟุตบอลโลก แต่เหวอสุดเมื่อมาอยู่กับปีศาจแดง มีอยู่ซีซั่นเดียวที่เล่นได้แข็งแกร่งเมื่อเข้าคู่กับ เอริค ไบยี่ ก่อนจะเจ็บหนักพักยาวไป และไม่ได้กลับมาอยู่ในจุดเดิมอีกเลย

ผลสอบ : เกือบผ่าน แต่ก็ไม่ผ่านอยู่ดี

ราดาเมล ฟัลเกา

โคตรกองหน้าแห่งแดนโคเคน ที่ก่อนมาร่วมทัพปีศาจแดงนั้นจัดว่าเป็นดาวยิงที่โคตรน่ากลัวแห่งยุโรป แต่พอมาอยู่กับปีศาจแดงในยุคลอร์ดเอ็ดเท่านั้น ทุกอย่างก็ดูยากเย็นแสนเข็ญสำหรับฟัลเกาทันที เพราะเขาดูช้าไป 1 จังหวะตลอด เล่นไม่เข้ากับทีม เล่นไม่ทันเพื่อน แถมบาดเจ็บเรื้อรัง ยิงได้เท่าเยี่ยวมดตะนอย และสุดท้ายก็จรลีกลับไปอยู่กับโมนาโก (ก่อนจะถูกยืมไปอยู่เชลซีอีกซีซั่นหนึ่ง) เหมือนมาพักร้อนที่แมนเชสเตอร์มากกว่าเล่นฟุตบอลนะ

ผลสอบ : สอบโคตรตกตกตกตกตกตกตกตก…

ซลาตัน อิบราฮิโมวิช

โคตรกองหน้าอีกหนึ่งหน่อแห่งสวีเดน ที่แม้อายุอานามจะโคตรเยอะ (มาตอน 35) แต่ผลงานจัดว่าโคตรจัดจ้านและคุ้มค่าสุดๆ ยิงสลุตจนเป็นดาวซัลโวประจำทีม แต่ดันมาบาดเจ็บยาว และถูกอัปเปหิไปจากทีมหลังการเข้ามาของ โฆเช่ มูรินโญ่

ผลสอบ : ดีค่อดๆ ผ่านฉลุย (แต่เสือกปล่อยไปทำไมวะ???)

อ็องโตนี่ มาร์กซิอัล

มาซีซั่นแรกๆ โคตรพีค ก่อนจะหงอยลงๆ ไปเรื่อยๆ จนปัจจุบันไม่อาจไว้ใจพึ่งพาให้ความหวังได้เลย

ผลสอบ : ยังไม่ผ่านว่ะ

ปอล ป็อกบา

มาอย่างดี เป็นความหวังของอสูรแดงยุคใหม่ แต่ไปๆ มาๆ กลับกลายเป็นผู้ร้ายประจำโรงละครแห่งความฝันซะยังงั้น โดยเฉพาะเรื่องความทุ่มเท

ผลสอบ : ไม่ผ่าน มรึงควรจะเล่นได้ดีกว่านี้เยอะ (และมรึงควรวิ่งเยอะกว่านี้ด้วย)

โรเมลู ลูกากู

มาอย่างเป็นความหวัง แต่ดูช้าในจังหวะที่ไม่ควรช้า (จังหวะยิง) การจับบอลเหมือนนักฟุตบอลโรงเรียนวัดหนองกะโฮก มีดีก็ตรงการกระชากไปเปิด (เอ๊ะ! ตกลงมรึงเป็นกองหน้าหรือปีกวะ???) และเป็นตัวความหวังของทีมไม่ได้

ผลสอบ : เทียบกับค่าเหนื่อยแล้วมรึงจงไปไกลๆ

อันเดร์ เอร์เรร่า

เล่นดีเป็นส่วนใหญ่ แต่ให้ใจเลยเรื่องความทุ่มเทและแพสชั่นความเป็นปีศาจแดง แต่ๆๆๆๆ ลอร์ดแมร่มไม่ต่อสัญญา และปล่อยฟรีไปซะยังงั้น (ถึง ณ ตอนนี้น่ะนะ)

ผลสอบ : ผ่านฉลุย แล้วทำไมมรึงไม่ต่อสัญญาเขาวะ???

เฟร็ด

เอาตรงๆ นะ ซื้อมาเพื่อ???

ผลสอบ : ก็อย่างที่รู้ๆ กันอยู่วววว…

อเล็กซิส ซานเชซ

โคตรของโคตรแห่งความสอบตกเรื่องการซื้อผู้เล่นของทีมงานปีศาจแดงในยุคนี้ ด้วยค่าเหนื่อยที่ประเคนให้ไป กับผลงานในสนามที่เธอให้มา ช่างแตกต่างกันราวขุมนรกกับช้างทางเผือก

ผลสอบ : นี่กรูยังต้องตอบอีกเหรอ???

ทั้งหมดนั้นคือตัวอย่างคร่าวๆ นะครับสำหรับผลงานของนักเตะใหม่ในชายคาโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด หลังจากที่ ฯพณฯ ท่านลอร์ดเอ็ดเข้ามาบัญชาการทัพอสูรแดง

จะเห็นได้ว่าผลงานของนักเตะใหม่ส่วนใหญ่เข้าข่ายเฮงซวยมากทีเดียว 90 เปอร์เซนต์สอบตกอย่างไม่ต้องสงสัย แต่มันน่าตลกก็คงคนที่สอบผ่าน ท่านลอร์ดก็เจือกไม่ต่อสัญญาหรือรั้งเขาไว้ให้เต็มที่ คือกรูงงมาก

แต่มากกว่านั้นก็คือ การสอบตกของนักเตะใหม่ โดยเฉพาะการเล่นไม่เข้ากับทีม การเล่นไม่ออก เล่นไม่ดีเหมือนสมัยที่อยู่กับต้นสังกัดเก่า มันแสดงให้เห็นถึงการขาดวิสัยทัศน์หรือวิเคราะห์ฟอร์มผู้เล่นอย่างเด็ดขาดของทีมงานแมวมอง

ในช่วงหลังๆ มานี้แมนฯ ยูฯ จึงมีข่าวหนาหูมากเรื่องการแต่งตั้งบุคลากรในตำแหน่ง “ผู้อำนวยการฟุตบอล” คือคนที่เข้ามาดูเรื่องการพัฒนาทีม การสรรหาผู้เล่นที่เหมาะสมเพื่อเสริมศักยภาพทีมให้ดีขึ้น (ไม่ใช่เละลงๆ เหมือนอย่างที่เป็นอยู่ทุกวันนี้)

รายชื่อของว่าที่ผู้อำนวยการฟุตบอลที่มีข่าวกับแมนฯ ยูฯ ก็แทบไม่ต่างจากการเป็นข่าวกับนักเตะเลยครับ คือมีชื่อเข้ามาเอี่ยวเยอะมากถึงมากที่สุด ไล่ตั้งแต่ อันเดรีย แบร์ต้า ผู้อำนวยการกีฬาของสโมสรแอตเลติโก มาดริด, มอนคี่ ผู้อำนวยการฟุตบอลของโรม่า, ฟาบิโอ ปาราติชี่ อดีตกองหลังชาวอิตาเลียน ผู้อำนวยการกีฬาของยูเวนตุสคนปัจจุบัน, พอล มิตเชลล์ หัวหน้าฝ่ายการเสริมทัพของแอร์เบ ไลป์ซิก หรือในระยะหลังที่ชื่อออกไปในแนวทางศิษย์เก่าซะเยอะ ตั้งแต่ ริโอ เฟอร์ดินาน, พี่ลูกกรอกคะนองเดชอย่าง ดาร์เรน เฟล็ทเชอร์ มาจนถึง ไมค์ ฟีแลน ที่ปัจจุบันเป็นผู้ช่วยน้าลูกอมอยู่ ก็ถูกดึงเข้ามาเอี่ยวว่าจะถูกแต่งตั้งเป็นผู้อำนวยการฟุตบอลคนแรกของค่ายปีศาจแดง

ข่าวนี้มันแสดงให้เห็นว่า ตัวแมนฯ ยูฯ เองก็รู้ตัวแหละครับ ว่าที่ผ่านมาตนเองล้มเหลวเรื่องการซื้อขายผู้เล่นเป็นอย่างมาก คือถ้าไปเทียบกับโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เรียกได้ว่าคนละชั้นกันเลย แมนฯ ยูฯ นั้นซื้อผู้เล่นใหม่แต่ละตัวอยู่ในระดับโคตรแพงงงง… แถมซื้อมาแล้วยังเล่นได้ไม่เข้ากับทีม เล่นไม่เข้าท่า เล่นไม่ดี เล่นห่วยซะเป็นส่วนใหญ่ และมากกว่านั้นก็คือ การจัดการผู้เล่นที่กำลังจะหมดสัญญา เห็นได้ว่าทีมแมนฯ ยูฯ จัดการสัญญาของนักเตะได้ช้ามาก คือต้องเหลือสัญญาอีกแค่ 1 ปีถึงจะเริ่มกระดึบคืบคลานไปเจรจากับนักเตะ จนนักเตะหลายคนหมดสัญญา ปล่อยตัวไปฟรีๆ ง่ายๆ ไม่ได้กำไรห้าเห้วอะไรเลย (แม้กระทั่งคนที่ไม่โอเคมาตลอดอย่าง มัตเตโอ ดาเมี่ยน ถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีทีท่าจะขายต่อซักที จนจะหมดสัญญา เดี๋ยวก็ถูกปล่อยฟรีอีก)

และเหนืออื่นใดของอื่นใดครับ คือเพดานค่าเหนื่อยของนักเตะแมนฯ ยูฯ ตอนนี้บ้าบอที่สุดแล้ว การมาของป็อกบา ลูกากู และชายเล็ก ทำให้เพดานค่าเหนื่อยของแมนฯ ยูฯ พุ่งสูงขึ้นพรวดพราดแบบบ้าบอ (และปัญหาก็คือนักเตะค่าเหนื่อยสูงมักเล่นได้เฮียมหาเฮียทุกคน) แล้วผลที่เกิดขึ้นก็คือ นักเตะเกรดแบบโคตรธรรมดาลงล่างอย่าง เจสซี่ ลินการ์ด ก็ได้ค่าเหนื่อยตามเพดานไปด้วยที่ 1 แสนปอนด์ต่อสัปดาห์ ซึ่งบ้าไปแล้วครับ (นักเตะระดับนี้กับผลงานที่แสดงออกมาให้แฟนบอลทั้งโลกได้เห็น มันไม่ควรได้รับการต่อสัญญาด้วยซ้ำ)

จากสภาพการณ์ที่ผ่านมา บอกได้คำเดียวครับว่า แมนฯ ยูฯ ภายใต้การนำของ ฯพณฯ ท่านลอร์ดเอ็ด ทำการค้าเรื่องนักเตะได้ห่วยบรมห่วย และทำหน้าที่ในการเสริมทัพได้โคตะระบรมห่วยยิ่งกว่า คือซื้อเยอะแต่ไร้คุณภาพ เสียเงินเยอะโดยใช่เหตุ และทำให้สมดุลในทีมพังไม่เป็นท่า ตอนนี้ซื้อนักเตะใหม่ต้องเสียเงิน 50 ล้านปอนด์ขึ้น ค่าเหนื่อยที่จะประเคนให้นักเตะใหม่ต้องระดับ 1 แสนปอนด์ต่อสัปดาห์ (โดยไม่เกี่ยงว่านักเตะใหม่นั้นอายุเท่าไหร่ ยิ่งเก่งยิ่งมีชื่อยิ่งเสียงบานตะไทก็ยิ่งได้เยอะไปตามชื่อเสียงนั้น อย่างล่าสุดก็คือ มาต์ไตส์ เดอ ลิกท์ ที่ถ้าจะยังมาแมนฯ ยูฯ ก็จะได้ค่าเหนื่อยระดับ 350,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์นะเฮ้ยยยย… แต่ก็ไม่น่าจะมาแล้วแหละตามข่าวล่าสุด)

นี่คือความล้มเหลวของแมนฯ ยูฯ ตลอด 6 ปีที่ผ่านมาครับ และแนวทางแก้ไขตอนนี้ก็คือสิ่งที่แมนฯ ยูฯ กำลังพยายามจะทำนี่แหละ คือควรมีผู้อำนวยการฟุตบอลอย่างเป็นเรื่องเป็นราวเหมือนกับใครเขาสักที และคนที่จะเข้ามาทำหน้าที่ในตำแหน่งนี้ก็ไม่ควรจะเป็นใครก็ได้ แต่ควรเป็นคนที่มีกึ๋นในระดับหนึ่ง (และเอาจริงๆ นะ เรื่องที่จะเข้าศิษย์เก่ามานั้นผมว่าไร้สาระสิ้นดี ทีนักเตะซื้อแพงๆ ได้ ก็ทุ่มซื้อผู้อำนวยการฟุตบอลดีๆ แบบมีชื่อ มีผลงานแล้วมาซะเลยให้มันจบๆ ทีเรื่องอย่างนี้ทำท่าจะเสียยากแน่ะ)

และมากกว่านั้นก็คือ ผลักท่านลอร์ดเอ็ดและคณะเกลเซอร์ไปดูแลเรื่องผลประกอบการทางธุรกิจอย่างเดียวพอ

อย่าให้มายุ่งกับเรื่องฟุตบอลที่พวกท่านไม่เคย (และอาจไม่มีวัน) เข้าใจเลย สาธุเถอะครับ.

FIFATH LINE

FIFATH - เล่น FIFA55 กับน้องปาร์ตี้ แจกเครดิตลองเล่น ฟรี 100 บาท
สอบถามเพิ่มเติมหรือต้องการสมัครสมาชิก กดที่ปุ่มเพิ่มเพื่อนด้านล่างได้เลยค่ะ

Comments

comments