[World Cup 2018] เมื่อปีศาจแดงแทงสิงโตตายยยย…

และแล้วก็จบลงไปแล้วนะครับ สำหรับคู่ชิงอันดับที่ 3 ของศึกเวิลด์คัพ 2018 อินรัสเซีย ระหว่างทีมปีศาจแดงแห่งยุโรป เบลเยี่ยม ปะทะกับทีมขวัญใจมหาชน สิงโตคำราม อังกฤษ ก็อย่างที่ทราบกันแล้วนั่นแหละครับว่าสุดท้ายแล้วเป็นปีศาจแดงแห่งยุโรป เบลเยี่ยม ที่เข่นสิงโตคำราม อังกฤษ ไปแบบนิ่มๆ 2-0 คว้าตำแหน่งอันดับที่ 3 ของเวิลด์คัพหนนี้ไปครอบครองได้สำเร็จ ซึ่งถือเป็นการจบอันดับที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ของวงการฟุตบอลเบลเยี่ยมเลยทีเดียว ขณะที่อังกฤษนั้นก็เป็นอันอด It’s coming home ไปตามระเบียบ แต่ก็ถือว่าเป็นการจบอันดับที่ดีในรอบหลายสมัยของอังกฤษทีเดียว

 

ว่าแล้วเราก็ลองมาเก็บตกประเด็นที่น่าสนใจหลังเกมคู่นี้กันดีกว่า ไปดูกันครับว่าจะมีประเด็นอะไรบ้าง

 

 

1.ปีศาจแดงขึ้นชั้นมาเป็นเต้ยของโลกอย่างแท้จริง

 

ก่อนหน้านี้ปีศาจแดงแห่งยุโรปได้รับการคาดหมายว่าจะขึ้นมาเป็นตัวเอ้แห่งวงการฟุตบอลนานหลายปีแล้วนะครับ เพราะในช่วงเวลานั้นมีดาวเตะระดับโลกผุดขึ้นมาในนามทีมชาติเบลเยี่ยมมากมาย แต่ฟุตบอลโลกหนก่อนนั้นเบลเยี่ยมจบอันดับดีสุดได้แค่รอบ 8 ทีมสุดท้าย (โดนอาร์เจนติน่าอัดตกรอบไป 1-0) ครั้นต่อมาในศึกฟุตบอลยูโร 2016 เบลเยี่ยมก็ยังไปได้ไม่ไกลกว่ารอบ 8 ทีม เมื่อเจอม้ามืดอย่างเวลส์ยัดตกรอบไป 3-1 จนเกจิหลายสำนักทำท่าว่าจะถอดใจกับเบลเยี่ยมไปแล้ว

 

จนกระทั่งมาฟุตบอลโลกหนนี้นี่แหละ ที่เบลเยี่ยมดูจะยกระดับความแกร่งขึ้นมาได้อย่างชัดเจนจริงจัง ถึงขนาดเกือบได้เข้าไปชิง แต่ต้องยอมรับจริงๆ ว่าแม้เบลเยี่ยมชุดนี้จะดูดีและเล่นดีแท้แค่ไหน แต่ก็ให้เผอิญว่าฝรั่งเศสชุดนี้ดันมาแบบดีกว่า โดยเฉพาะกองหลังที่โคตรเหนียวและเกมโต้กลับที่โคตรปราดเปรียวอันตรายสุดๆ เบลเยี่ยมที่ตัวไม่ดีเท่าก็ต้องยอมรับและแพ้อดเข้าชิงไป

 

แต่ถึงกระนั้น ด้วยฟอร์มการเล่นตลอดทั้งทัวร์นาเมนต์ และการจบอันดับ 3 ของเวิลด์คัพได้ มันก็ถือได้ว่า เบลเยี่ยมชุดนี้ประสบความสำเร็จนะครับ และด้วยผู้เล่นที่มีอยู่ในทีมตอนนี้ ไม่ว่าจะเป็น เอแดน อาซาร์, โรเมลู ลูกากู, อักเซล วิตเซล, เควิน เดอ บรอยน์, แยน แฟร์ตองเก้น, ติโบต์ กูร์ตัวส์ น่าจะเป็นแกนหลักที่ทำให้เบลเยี่ยมไปต่อได้ยาวๆ ในวงการลูกหนังโลก โดยเฉพาะในศึกเวิลด์คัพครั้งหน้า น่าจะเป็นจุดพีคสุดในอาชีพของผู้เล่นแกนหลักชุดนี้หลายๆ คน (รวมไปถึงน่าจะเป็นช่วงที่ดาวรุ่งกึ่งไปทางกลางอาชีพของทีมในตอนนี้อย่าง ดรีส์ เมอร์เทนส์, มิชี บัตชัวญี เติบโตขึ้นมาถึงช่วงพีคต้นๆ พอดี) เรียกว่าเวิลด์คัพครั้งหน้าก็ยังน่าจะได้ลุ้นสำหรับเบลเยี่ยม

 

ขณะที่ผู้เล่นตัวเอ้ๆ แต่อายุเยอะๆ แล้วอย่าง มารูยาน เฟลไลนี, โธมัส แฟร์มาเลน, แวงซอง กอมปา, โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์ น่าเสียดายที่คงจะเป็นแกนหลักให้เบลเยี่ยมได้เต็มที่ก็แค่ศึกยูโรในอีก 2 ปีข้างหน้าเท่านั้น

 

แต่ก็น่าเชื่อนะว่า เบลเยี่ยมน่าจะผลิตดาวดังขึ้นมาได้อีกเรื่อยๆ ถ้าดูจากผลผลิตในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา

 

 

2.ดายเออร์ แอนด์ เมอนิเย่ร์ จัดว่าเกิด!

 

ถ้าไม่นับฟอร์มของพวกดาวดังที่เล่นได้อย่างเสมอต้นเสมอปลายเป็นธรรมชาติอยู่แล้วอย่างอาซาร์หรือเดอ บรอยน์ ในศึกชิงอันดับที่ 3 นัดนี้ยังมีพวกนักเตะนอกสายตาที่โชว์ฟอร์มได้ปัง และถือเป็นการพิสูจน์ศักยภาพของตัวเองได้อย่างชัดแจ้งอยู่ 2 คน นั่นคือ เอริค ดายเออร์ กลางรับของอังกฤษ และ โธมัส เมอนิเย่ร์ แบ็คขวาของเบลเยี่ยม

 

ดายเออร์นั้นได้รับการจับตามองและคาดการณ์มาระยะหนึ่งนะครับ ว่ามีแววจะยกระดับตัวเองขึ้นมาเป็นกลางรับระดับโลกได้ แต่เอาจริงๆ ช่วงที่ผ่านมาของซีซั่นนี้ก็ถือว่าฟอร์มไม่ได้โดดเด่นอะไรมากกับไก่เดือยทอง ท็อตแนม ฮ็อทสเปอร์ (สู้ปีก่อนที่เด่นจน โฆเซ่ มูรินโญ่ แห่งรั้วโอลด์แทร็ฟฟอร์ด เกือบจะเดินหน้าคว้าตัวเข้ารังไม่ได้) แต่มาในศึกฟุตบอลโลกหนนี้ที่รัสเซีย โดยเฉพาะนัดนี้ที่บี้กับเบลเยี่ยม ในบรรดาผู้เล่นทั้งหมดของอังกฤษ ผมเห็นว่าดายเออร์โดดเด่นที่สุด (ที่จริงๆ พอๆ กับ จอร์แดน  พิคฟอร์ด) ทั้งการรับที่แน่นดี และการรุกที่ดูจะมีทีเด็ดไม่น้อย ทั้งการสอดขึ้นไปยิงและโหม่ง การทำทางให้เพื่อน เรียกว่าดูดีมีอนาคตทีเดียว (ปัญหาอย่างเดียวก็คือความสม่ำเสมอนี่แหละ)

 

อีกรายคือเมอนิเย่ร์ ที่ได้ยินชื่อมานานนะ แต่ดันไปอยู่ในลีกที่แฟนบอลบ้านเราไม่ค่อยได้ดูอย่างลีกเอิง ก็เลยไม่เคยเห็นฟอร์มแบบชัดๆ เจนๆ ก็มานัดนี้นี่แหละครับที่ได้ยลฟอร์มของไอ้หมอนี่เต็มๆ บอกได้คำเดียวว่า ทีมที่มีปัญหาเรื่องเกมบุกทางด้านขวาตื้อตัน สมควรคว้าเอาไอ้หนุ่มรายนี้ไปร่วมทีมเป็นอย่างยิ่ง ก็พ่อหนุ่มแกเล่นบุกสะบัดช่อ เติมเกมแบบไม่กลัวเหนื่อย ที่สำคัญเปิดดีและยิงคมซะด้วย รายนี้น่าสนใจมาก จัดว่าเกิด (สู่สายตาประชาคมโลกเลยทีเดียว)

 

 

3.อังกฤษต้องมีสตาร์มากกว่านี้

 

ต้องยอมรับกันตามตรงว่า ก่อนที่ศึกเวิลด์คัพครั้งนี้จะระเบิดขึ้น ไม่มีใครคิดหรอกว่าอังกฤษจะมาไกลขนาดนี้ ด้วยสภาพตัวผู้เล่นภายในทีมที่หาสตาร์ดังได้น้อยมาก มีก็แต่นักเตะในระดับเกรด B แต่สุดท้ายแล้วปากกาเซียนก็ต้องหักไปเป็นหลายๆ แถว เมื่อขุนพลสิงโคตำรามพุ่งทะยานมาได้ถึงรอบรองชนะเลิศ (แม้จะมีเสียงค่อนขอดว่าเลือกเล่นในสายล่างที่ทีมอ่อนด้วยสายบนก็ตาม) ด้วยระบบการเล่นที่เป็นทีม และอาศัยจังหวะเด็ดขาดของ แฮร์รี่ เคน เป็นสำคัญ

 

แต่ถึงที่สุดแล้ว แม้สื่ออังกฤษและแฟนบอลหลายต่อหลายคนจะยกให้ทัวร์นาเมนต์นี้ของอังกฤษจัดได้ว่าประสบความสำเร็จ แต่ถ้าพูดกันในความจริงแล้ว หากอังกฤษต้องการไปได้ไกลกว่านี้ สิงโตคำรามจำเป็นต้องมีสตาร์มากกว่านี้ สตาร์ที่สามารถชี้ขาดเกมได้ที่ไม่ใช่มีแค่เคนเพียงแค่คนเดียว เพราะถึงที่สุดแล้วแม้จะใช้ระบบทีมเวิร์คเข้าสู้ แต่ถ้าไม่มีสตาร์ที่จะคอยพลิกเกมหรือชี้ขาดในจังหวะที่เหมาะสม มันก็ยากที่เอาชนะทีมที่มีสตาร์หรือผู้เล่นที่สามารถชี้ขาดเกมได้มากกว่า 1 แน่นอน

 

ซึ่งทั้งนี้ทั้งนั้น อีกประเด็นหนึ่งที่ต้องยอมรับก็คือ ผู้เล่นอังกฤษชุดนี้ส่วนใหญ่อยู่ในช่วงอายุของการเป็นดาวรุ่งซะมาก มันหมายความว่าหากบ่มเพาะดีๆ ฝึกปรือไปเรื่อยๆ ผ่านทัวร์มาเมนต์ใหญ่ๆ อีกสัก 1 หรือ 2 ทัวร์นาเมนต์ ก็ไม่แน่ว่าผู้เล่นดาวรุ่งหลายๆ คน อาจเติบโตกลายเป็นสตาร์ได้

 

แต่ก็นั่นเอง มันอาจจะไม่ทันที่จะทำให้สิงโตคำรามกลับมาเป็นเจ้าวงการในอีก 2 หรือ 4 ปีข้างหน้า

 

แต่มันก็ไม่แน่นะหลังจากนั้นไปแล้ว.

FIFATH - เล่น FIFA55 กับน้องปาร์ตี้ แจกเครดิตลองเล่น ฟรี 100 บาท
สอบถามเพิ่มเติมหรือต้องการสมัครสมาชิก กดที่ปุ่มเพิ่มเพื่อนด้านล่างได้เลยค่ะ

Comments

comments