เก็บตก 5 ประเด็น “ช้างศึกพ่ายมังกร หล่นเอเชี่ยนคัพ 2019”

ก็ถือเป็นอันปิดฉากไปแล้วนะครับสำหรับทีมชาติไทยในรายการเอเชี่ยนคัพ 2019 หลังจากที่ต้านทานพลังการบุกของทัพมังกรจีนไม่ไหว โดนรัว 2 เม็ดใน 4 นาทีในช่วงครึ่งหลัง ตกรอบไปอย่างน่าเสียดาย 2-1 ชนิดที่ทำเอาแฟนบอลทั้งประเทศตาค้างฝันค้างไปตามๆ กัน

 

และนี่คือประเด็นหลังเกมนี้ครับ มีอะไรกันบ้างลองไปดูกัน

 

 

1.ลิปปี้แก้เกมดี

 

ครึ่งแรกนั้นบอกได้ตามตรงเลยนะครับว่า ทีมจีนดูบ้อท่า ไม่มีห้าอะไรเลย มีแค่การบอมบ์จากด้านข้าง ซึ่งแผงหลังทีมชาติไทยก็ถือว่าเอาอยู่ แต่พอครึ่งหลังมาเราจะเห็นการวางบอลจากแนวลึกจากกองกลางจีนมากขึ้น (ลึกทั้งจากด้านข้างและตรงกลาง) และมันก็เป็นการบุกที่ทำให้แผงรับของไทยเราซวนเซทรุดโทรมอย่างยิ่ง เอาง่ายๆ ก็คือ เอาไม่อยู่นั่นแหละ จีนวางบอลจากแนวลึกทีไรมีตัววิ่งสอดทะลุแผงหลังไทยขึ้นไปลุ้นทำประตูทุกครั้ง ซึ่งแน่นอนว่าให้เครดิตใครไม่ได้เลยนอกจากกุนซือตัวโคตรเก๋าสัญชาติอิตาเลี่ยนอย่าง มาร์เซโล ลิปปี้ เฮดโค้ชทีมชาติจีนนั่นเอง

 

 

2.ไทยพลังน้อย (ทั้งพลังกายและพลังใจ)

 

ใครที่ได้ชมถ่ายทอดสดน่าจะเห็นพ้องกันนะครับว่าแมตช์นี้นักเตะล้วนหอบแดรกกันทุกคน จะด้วยอากาศที่น่าจะร้อนตับแล่บหรืออะไรก็ไม่อาจทราบได้ แต่สำหรับนักเตะทีมชาติไทยแล้ว ส่วนหนึ่งก็คือการเล่นเพรสซิ่งในครึ่งแรกดูจะกินพลังกายของนักเตะไปไม่ใช่น้อย จนช่วงท้ายๆ เกมครึ่งหลังหลายคนไม่ไหวแล้ว แม้แต่ ทริสตอง โด เองก็มีขาอ่อนให้เห็น (คือถ้าโดยังขาอ่อน คนอื่นก็คงไม่ต้องพูดถึง)

 

จุดนี้แสดงให้เห็นถึงพลังกายของนักเตะครับ ที่เมื่อต้องเจอเกมกับทีมใหญ่ๆ และจำเป็นต้องเล่นเพรสซิ่งกดดันคู่แข่งแล้ว สุดท้ายมันหมด!!! ไปไม่รอดตลอดทั้งเกม ซึ่งเอาจริงๆ ก็น่าเห็นใจนะครับ เพราะแมตช์ทัวนาเมนต์ต่อเนื่องแบบนี้ ด้วยนักเตะชุดเดิมๆ ที่ขุมกำลังสำรองมีศักยภาพไม่เพียงพอที่จะซัพพอร์ตได้ มันก็คงไม่ไหวแหละ ยิ่งเจอคู่แข่งที่ตัวใหญ่ (แต่แมร่งเสือกคล่องอีกแน่ะ!) อย่างจีนชุดนี้ก็บอกได้เลยว่า เหนื่อยหนักสุดๆ

 

แต่ก็นั่นแหละครับ ถ้าเราวาดหวังไว้ว่าจะก้าวไปสู่จุดของความเป็นท็อปแห่งเอเชีย เราก็ต้องผ่านปราการเรื่องร่างกายและความอึดนี้ให้ได้ ไม่ว่าจะด้วยวิธีไหน ผมเห็นว่าความอึดนี่แหละที่จะเป็นกุญแจที่ทำให้ทีมชาติไทยน่ากลัวมากขึ้นอีกโข

 

กับอีกประเด็นคือพลังใจ เห็นได้ชัดเลยว่าหลังจากที่เสียประตูตีเสมอ นักเตะไทยหลายๆ คนดูเสียสมาธิไปมาก โดยเฉพาะแผงหลังที่เหมือนสติแตก และให้หลังอีกไม่ถึง 5 นาทีก็มาโดนอีกลูกจากความผิดพลาดอันโฉ่งฉ่างของ เฉลิมพงษ์ เกิดแก้ว ที่ไปเข้าบอลใส่ เกา หลิน จนนำมาซึ่งจุดโทษที่ส่งให้พี่จีนพลิกขึ้นนำ และนำความพ่ายแพ้มาสู่ไทยในที่สุด

 

นอกจากพลังกายแล้ว แน่นอนครับว่าพลังใจในมิติของ “สมาธิ” ก็เป็นสิ่งที่นักเตะหลายๆ คนในทีมต้องฝึกฝนให้มากขึ้น คือต้องนิ่งกว่านี้ และคุมสถานการณ์ให้ได้มากกว่านี้ ถ้าอยากก้าวไปสู่ความเป็นบิ๊กแห่งเอเชียให้ได้

 

 

3.หลังยังต้องปรับ

 

แม้ในครึ่งแรกแผงหลังของไทยจะโชว์ฟอร์มได้ค่อนข้างดี แต่ในครึ่งหลังมันเหมือนหนังคนละม้วนเลยนะครับ แน่นอนส่วนหนึ่งมาจากการแก้เกมของลิปปี้ที่ได้ผลดีชะมัดยาด แต่ก็ต้องยอมรับว่ากองหลังของเรายังไม่ดีพอนะ มีเพียง พรรษา เหมวิบูลย์ เท่านั้นที่ดูฟอร์มคงเส้นคงวาที่สุด ในขณะที่เฉลิมพงษ์กับ มิก้า ชูนวลศรี นั้นยังดูไม่ลงล็อคเท่าที่ควร (มิก้านั้นดูจะมีดีที่ความฟิต จิกกัดคู่แข่งไม่ปล่อย แต่ทางบอลยังเอาไม่ค่อยอยู่นะ) ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะยังเล่นร่วมกันมาได้ไม่นานเท่าไหร่ ความเข้าอกเข้าใจอาจยังจูนกันไม่ค่อยติด ช่องว่างระหว่างกองหลังจึงมีมากเหลือเกิน และจีนก็ใช้ช่องว่างนั้นแหละโจมตีใส่ ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน

 

สรุปก็คือ หลังชุดนี้ยังต้องปรับนะครับ จะด้วยปรับคน หรือปรับระบบให้แน่นมากขึ้นก็แล้วแต่ รอเฮดโค้ชคนใหม่จัดให้หน่อยครับ

 

 

4.รักษาความมุ่งมั่นนี้ไว้!

 

ท้ายเกมคือช่วงวัดใจของนักเตะไทย ซึ่งอารมณ์นั้นทุกคนจัดว่าได้!!! เอามากๆ คือมีความมุ่งมั่นเกินร้อยเกินพันเกินหมื่น แววตาทุกคนปรารถนาที่จะเอาประตูตีเสมอ อยากเป็นผู้ชนะ อยากเข้ารอบให้แฟนบอลชาวไทยภาคภูมิใจ ข้อนี้ขอซูฮกครับ ทุกคนได้ใจแฟนบอลมาก

 

 

5.แต่กุนซือคงต้องเปลี่ยน!

 

คอลัมน์ก่อนผมเขียนไปว่าสิ้นสุดทัวนาเมนต์เอเชี่ยนคัพครั้งนี้ ขอเฮดโค้ชคนใหม่ที่เป็นคนไทย ไม่ต้องง้อต่างชาตินะครับ

 

ถึงจุดนี้ผมก็ยังยืนยันคำเดิม ว่าโค้ชไทยน่าจะเหมาะกับการคุมทีมชาติไทยมากกว่าโค้ชต่างชาติ (เว้นแต่จะได้ตัวเจ๋งๆ มาจริงๆ) และหนึ่งในเฮดโค้ชที่ผมมองไว้ตอนแรก ก็มีชื่อของโค้ชโต่ย ศิริศักดิ์ ยอดญาติไทย อยู่นะ แต่หลังจากนัดนี้ผมเห็นว่าโค้ชโต่ยอาจจะยังไม่เหมาะสำหรับการคุมทีมชาติชุดใหญ่ เพราะประสบการณ์และการตัดสินใจเปลี่ยนตัวแก้เกมยังไม่ดีพอ

 

โดยเฉพาะประเด็นการเปลี่ยน ศุภชัย ใจเด็ด ออก แล้วส่ง ชนานันท์ ป้อมบุปผา ลงมาแทน ซึ่งเข้าใจแหละว่าในวินาทีนั้น การปล่อยให้ศุภชัยอยู่ในสนามต่ออาจส่งผลเสียต่อทีมได้ แต่คนที่เปลี่ยนลงมาผมมองไม่ควรเป็นชนานันท์ ที่มีแนวทางการเล่นคล้ายศุภชัย แต่ทำได้ไม่ดีเท่า แต่ควรเปลี่ยนกองกลางลงมาแพ็คเกมให้แน่นขึ้น เพราะช่วงนั้นจีนเล่นจ่ายบอลจากแนวลึกเป็นหลัก ต้องมีกลางเข้าไปบดขยี้ทำลายเกมของจีนบ้าง เพราะวันนี้ ธนบูรณ์ เกษารัตน์ ก็ดูฟอร์มดร็อป (ที่จริงก็ดร็อปมาหลายนัดแล้วนะหลังจากบาดเจ็บยาวไป) ไม่เปล่งปลั่งเท่าที่ควร ควรมีคนลงไปช่วยกลางสักหน่อย หรือถ้าจะเปลี่ยนตามตำแหน่งจริงๆ ก็ควรเป็นตัวจี๊ดที่ดีกว่าชนานันท์ เพื่อเปลี่ยนเกม และสร้างความกดดันให้แนวรับของจีนให้มากขึ้น

 

และและและ…โควต้าเปลี่ยนตัวคนที่ 3 ซึ่งโค้ชโต่ยไม่ได้ใช้ ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าเก็บไว้ทำไมนะครับ ในเมื่อในช่วงท้ายเกมนั้นไม่มีอะไรจะต้องเสียแล้ว

 

จากทั้งหมดทั้งมวล อาจเป็นไปได้ครับที่โค้ชเองก็อาจมีเหตุผลที่ทำให้ตัดสินใจแก้เกมอย่างนั้นลงไป แต่ในเมื่อผลมันออกมาว่าแก้แล้วไม่เวิร์ค เปลี่ยนแผนแล้วเปลี่ยนผู้เล่นแล้วโดนยิง โค้ชก็คงต้องรับผิดชอบ และเปิดทางให้โค้ชคนใหม่ที่ดีกว่าเข้ามาแทนนะครับ

 

ด้วยความเคารพครับ.

FIFATH LINE

FIFATH - เล่น FIFA55 กับน้องปาร์ตี้ แจกเครดิตลองเล่น ฟรี 100 บาท
สอบถามเพิ่มเติมหรือต้องการสมัครสมาชิก กดที่ปุ่มเพิ่มเพื่อนด้านล่างได้เลยค่ะ

Comments

comments