เล่นแบบนี้สิช้างศึก!!!

สมอกสมใจคนทั้งประเทศนะครับสำหรับผลงานของช้างศึกทีมชาติไทยในรายการเอเชียนคัพ 2019 ที่สามารถยันเสมอสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) เจ้าภาพได้อย่างสนุก 1-1 ในนัดสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่มประจำกลุ่ม A และผลอีกคู่ก็เป็นใจมาก เพราะบาห์เรนอัดอินเดียไปอย่างเจ็บแสบในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ 1-0 ยังผลให้กลายเป็นอินเดียที่ปิ๋วกระเด็นตกรอบไปอย่างไม่ทันตั้งตัว (ทั้งๆ ที่จ่อเข้ารอบมาตลอด 90 นาที) และถีบให้ทีมชาติไทยขยับขึ้นมาเป็นที่ 2 ของกลุ่มโดยอัตโนมัติ โดยมีบาห์เรนตามพ่วงมาเป็นที่ 3 เข้ารอบในฐานะทีมอันดับ 3 ที่ผลงานดีที่สุด ซึ่งสำหรับทีมชาติไทยนั้น นี่ถือเป็นการผ่านเข้ารอบน็อคเอาท์ในรายการนี้เป็นครั้งแรกในรอบ 47 ปี และโค้ชโต่ย ศิริศักดิ์ ยอดญาติไทย กุนซือขัดตาทัพทีมชาติไทย ก็ถือเป็นโค้ชสัญชาติไทยคนแรกที่พาทีมเข้ารอบน็อคเอาท์รายการนี้อีกด้วย

 

ส่วนในรอบ 16 ทีมสุดท้าย คู่ต่อสู้ของทีมไทยก็คือรองแชมป์ของกลุ่ม C นะครับ ซึ่งอาจเป็นจีน หรือไม่ก็เกาหลีใต้ ซึ่งถึงตอนนี้ยังไม่รู้ผลนะครับ เพราะกลุ่ม C จะเตะนัดสุดท้ายกันในวันพรุ่งนี้ (16 ม.ค.)

 

แต่ไม่ว่าคู่ต่อสู้จะเป็นใคร? และไทยเราจะผ่านได้ไหม? ผมเชื่อว่าถึงตอนนี้ผลงานที่ผ่านมา 2 นัดของทัพช้างศึกก็เพียงพอที่จะทำให้คนไทยมีความสุข และพอใจกับแนวทางการเล่นแล้วแหละ

 

และต่อไปนี้คือการเก็บตกประเด็นจากรอบแบ่งกลุ่มที่ผ่านมาของไทยเราครับ

 

 

1.วิ่งสู้ฟัดคือแนวทางที่ถูกต้อง!

 

ปรัชญาการทำทีมของ มิโลวาน ราเยวัช อดีตเฮดโค้ชที่ผ่านมานั้นก็อย่างที่ทราบกันดีนะครับว่า ให้นักเตะเราเล่นเน้นเกมรับอย่างรัดกุม รอโต้กลับด้วยขุมกำลังแนวรุกที่มีความปราดเปรียวอย่าง ชนาธิป สรงกระสินธ์ และ อดิศักดิ์ ไกรษร

 

แต่แต่แต่…ก็อย่างที่เห็นกันมาโดยตลอดแหละครับ ว่าฟอร์มโดยรวมของทีมชาติไทยที่เล่นเน้นรับอย่างนี้ไม่เวิร์คเลย แม้จะได้ผลดีในบางนัด แต่การจะให้ทีมเล่นแบบนี้ทุกนัดมันไม่สามารถนำทีมไปสู่ความสำเร็จได้แน่ โดยเฉพาะการเล่นกับทีมที่มีข้อได้เปรียบเรื่องร่างกาย การเน้นรับหมายถึงเราต้องรับมือกับความสูงใหญ่ พละกำลัง และลูกกลางอากาศ ซึ่งไม่มีทีมไหนหรอกที่จะรับมือได้ตลอด โดนนวดไปเรื่อยๆ มันก็ต้องมียุบมีอ่อนลงบ้าง สุดท้ายก็เหมือนการเล่นที่รอวันแพ้นั่นแหละ

 

การเพรสซิ่งเร็วนั่นต่างหากที่จะใช้รับมือกับทีมที่มีข้อได้เปรียบเรื่องร่างกายเช่นทีมจากตะวันออกกลางได้ เห็นได้ชัดสุดก็จากในนัดนี้ที่เสมอสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์แหละครับ ที่ตอนแรกนั้นสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ดูมาดี ดูดุดัน ดูน่ากลัวเหลือเกิน แต่พอโดนไทยเพรสซิ่งเร็วเข้าบ้างก็ล่กแดรกเหมือนกันนะเฮ้ยยยย

 

นั่นคือแนวทางการเล่นเกมรับครับ ขณะที่เกมรุกนั้นแนวทางติ๊กต่อกก็ยังใช้ได้ดีเสมอสำหรับทีมชาติไทย การต่อบอลเร็วและอาศัยการทำชิ่งเจาะทะลุทะลวงแนวรับคู่แข่งเป็นจุดเด่นหนึ่งของเราที่ห่างหายไปนาน ทั้งๆ ที่มันให้ผลดีชะมัดยาด

 

แต่ก็อย่างว่าครับ แนวทางการเล่นแบบเพรสซิ่งก็ดีหรือแม้แต่ติ๊กต่อกก็ดี มันเป็นการเล่นที่ต้องอาศัยพละกำลังอย่างมาก คือถ้าไม่ฟิตจริงหอบแดรกลิ้นห้อยแน่นวล ซึ่งผมเชื่อว่าทางทีมโค้ชเขาก็รู้กันดีแหละ และน่าจะมีความชัดเจนในแนวทางการเล่นนี้ต่อๆ ไปในอนาคต

 

 

2.เจอทีมแกร่งต้องหลัง 3

 

หรือชัดๆ ก็คือเซนเตอร์ 3 วิงแบ็ค 2 ทำหน้าที่วิ่งขึ้นลงไม่มีหมดนี่แหละครับ จัดว่าเวิร์คมาก เซนเตอร์ 3 ทำให้หลังแน่นมาก และวิงแบ็ค 2 ก็ทำหน้าที่ขับเคลื่อนเกมบุกได้สะเด่าดีมาก

 

เว้นไว้แต่ว่าถ้าไม่ใช่ ธีราทร บุญมาทัน กับ ทริสตอง โด ใครจะมาเล่นวิงแบ็คแทน 2 คนนี้ น่าจะเป็นคำถามในอนาคตที่ต้องรอหาคำตอบกันต่อไป…

 

 

3.โอกาสสร้างพลังใจ

 

กล่าวได้ว่าฟอร์มการเล่นที่สะแด่วแห้วในเอเชียนคัพครั้งนี้ ส่วนหนึ่งมาจากความต้องการพิสูจน์ตัวเองของผู้เล่นด้วยนะครับ หลังจากตกระกำลำบากในยุคของราเยวัชมาเนิ่นนานพอสมควร และแน่นอน ผมเชื่อว่านักเตะทีมชาติไทยทุกคนล้วนรู้สึกผิดหวังและรู้สึกผิดต่อแฟนบอลชาวไทยต่อความพ่ายแพ้อย่างเละเทะในนัดแรกต่ออินเดีย มันเลยกลายมาเป็นพลังใจที่จะวิ่งสู้ฟัดในนัดที่ 2 และ 3 ที่เหลือ ซึ่งถือเป็นโอกาสที่พอเหมาะพอเจาะดีจริงๆ

 

 

4.โค้ชคนต่อไปขอคนไทย (ที่ใจเด็ดๆ) นี่แหละ!

 

ผมว่าถึงตรงนี้ทางสมาคมฟุตบอลฯ ควรทบทวนแนวทางการคัดเลือกเฮดโค้ชทีมชาติไทยสักทีนะครับ เพราะหากจะวัดกันที่ผลงานนั้น มีไม่กี่ครั้งเลยที่โค้ชต่างชาติช่วยยกระดับทีมชาติเราขึ้นมาได้อย่างเป็นรูปธรรม ที่นึกออกแบบชัดเจนแจ่มแจ้งก็มีแค่ ปีเตอร์ วิธ คนเดียว ที่เหลือนั้นต่างก็มีแนวทางการทำทีมของตัวเอง ซึ่งในที่สุดแล้วมันไม่เวิร์คกับความเป็นไทยเอาซะเลย

 

โค้ชคนใหม่ในความเห็นผมไม่ต้องไปเอาที่ไหนไกลแล้วครับ เอาคนไทยที่เข้าใจธรรมชาติของนักเตะไทย บวกเรื่องวินัย ความฟิต กับทัศนคตินักสู้ลงไปผมว่าเพียงพอ

 

ใครก็ได้นะครับที่มีคุณสมบัติ ไม่จำเป็นต้องเป็นโค้ชซิโก้ก็ได้…

 

 

5.เปลี่ยนทัศนคติใหม่ ไม่ต้องกลัวใคร!

 

หมดเวลาหงอกลัวทีมโน้นทีมนี้แล้วนะครับสำหรับทีมชาติไทย ไม่ต้องไปเกรงกลัวบารมีทีมใหญ่หน้าไหนทั้งสิ้น เพราะศักยภาพผู้เล่นของเราก็ไม่ได้ขี้เหร่ ยิ่งถ้ามีระบบทีมที่ดี มีแนวทางการเล่นแบบถวายหัวเหมือนนัดที่ผ่านๆ มา ผมว่าเราสู้ได้ทุกทีม ต่อให้สู้ไม่ได้ (หมายถึงแพ้) ก็จะสู้ได้สนุก และที่สำคัญคือได้ใจแฟนๆ

 

สู้ต่อไปครับทัพช้างศึก!!!

FIFATH LINE

FIFATH - เล่น FIFA55 กับน้องปาร์ตี้ แจกเครดิตลองเล่น ฟรี 100 บาท
สอบถามเพิ่มเติมหรือต้องการสมัครสมาชิก กดที่ปุ่มเพิ่มเพื่อนด้านล่างได้เลยค่ะ

Comments

comments