ยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ ลีก…ว่าด้วยเรื่องเงินๆ ทองๆ กับเสน่ห์ของฟุตบอล

FIFA55 FIFATH

คำพังเพยโบราณว่าไว้ว่า หนามยอกให้เอาหนามบ่ง

คำพังเพยดังกล่าวนี้มีความหมาย 2 นัยยะ หนึ่งคือบอกถึงภูมิปัญญาโบราณแบบตรงตามตัวอักษร ว่าถ้าเกิดโดนหยามตำ ก็ให้เอาหนามหรือของแหลมบ่งซ้ำเข้าไปที่จุดที่โดนตำ หนามที่ตำก็จะหลุดออกมาเอง กับอีกนัยหนึ่งคือ ถ้าเราโดนกระทำเช่นไร ก็ให้ทำเช่นนั้นตอบแทนคนที่ทำเรา เป็นเหมือนการแก้เผ็ด

ถึงวันนี้คำพังเพยดังกล่าวกำลังถูก 12 ทีมยักษ์ใหญ่ของลีกยุโรป ใช้เป็นการแก้เผ็ดยูฟ่า…

เพราะที่ผ่านมา ยูฟ่าเป็นเหมือนโปรโมเตอร์ที่เป็นตัวกลางในการจัดการแข่งขันฟุตบอลยุโรป ประสานงานระหว่างทีมฟุตบอลต่างๆ ในยุโรปกับแหล่งทุนจากภายนอก โดยใช้แมตช์การแข่งขันต่างๆ เป็นกิจกรรมที่นำเอา 2 ฝ่ายข้างต้นมาพบกัน

พูดให้ง่ายและตรงตัวกว่านั้นก็คือ ยูฟ่าจัดการแข่งขัน วางกฎเกณฑ์ 1-2-3-4-5 บลาๆๆๆ ว่าทีมสโมสรไหนมีสิทธิ์เข้าร่วมการแข่งขันบ้าง และในขณะเดียวกัน ก็ใช้การแข่งขันดังกล่าวดึงเม็ดเงินสนับสนุนจากกลุ่มทุนหรือผู้ประกอบการภายนอกเข้ามา ทั้งลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสด แบรนด์กีฬาต่างๆ ซึ่งยูฟ่าก็ไม่เหนียมอายที่จะคิดค่านายหน้ากับกลุ่มทุนต่างๆ เหล่านั้นอย่างเป็นกอบเป็นกำ ก่อนที่จะเจียดเงินที่เหลือแบ่งไปให้ทีมสโมสรที่เข้าร่วมการแข่งขันของตนตาม (ที่ตนเองคิดเอาว่า) เหมาะสม

ประเด็นก็คือ ค่านายหน้าที่ยูฟ่าดึงเอาจากกลุ่มทุนมันมากเกินไป และทีมสโมสรที่เข้าร่วมการแข่งขันของยูฟ่ามองว่า พวกตนในฐานะตัวละครหลักสมควรที่จะได้ส่วนแบ่งมากกว่าที่เป็นอยู่ (นะโว้ยยยย)

ทว่ายูฟ่าก็แข็งพอที่จะไม่แบ่งให้ตามที่ทีมสโมสรร้องขอ

ทีนี้…ถ้าเป็นในสถานการณ์ปกติทั่วไป การคัดง้างกันของ 2 ขั้วอำนาจนี้ก็คงออกไปในเชิงของการขู่แง่งๆ เรียกร้องกันไปเรียกร้องกันมาแบบไม่รุนแรงอะไรมากนักไปเรื่อยๆ แต่พอดิบพอดีที่ 2 ซีซั่นที่ผ่านมานี้ โลกฟุตบอลตกอยู่ใต้ความคุ้มครองของการแพร่ระบาดของเชื้อไวไรัสโควิด-19 ซึ่งส่งผลต่อธุรกิจฟุตบอลของทีมสโมสรต่างๆ อย่างรุนแรงและหนักหน่วง โดยเฉพาะเรื่องมาตรฐานความปลอดภัยที่ห้ามไม่ให้แฟนบอลเข้าชมเกมในสนาม ลำพังค่าตั๋วที่เคยได้รับแต่ทีมสโมสรไม่ได้รับมาแล้วนานถึง 2 ซีซั่น มันมากพอที่จะทำให้หลายๆ สโมสรทรุดฮวบกันอย่างรุนแรง โดยเฉพาะสโมสรขนาดใหญ่ที่เลี้ยงคนไว้เยอะ มีภาระค่าจ้างนักเตะระดับบิ๊กเนมและสตาฟฟ์โค้ชอย่างมากมายมหาศาล ย่อมถูกผลกระทบอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง

ในความรู้สึกของสโมสรเหล่านั้นคือ ยูฟ่าควรมีมาตรการช่วยเหลืออะไรที่ดีกว่าที่เป็นอยู่!!!

ซึ่งในเมื่อยูฟ่าไม่มีมาตรการช่วยเหลืออะไรที่เป็นชิ้นเป็นอัน รังแต่จะฮุบค่านายหน้าจากการจัดการแข่งขันแบบสบายๆ ชนิดที่ตัวเองแทบไม่เสียอะไร ถ้าอย่างนั้นก็อย่ากระนั้นเลย สโมสรขนาดใหญ่เอ๋ยยยย…พวกเราก็มาจัดการแข่งขันกันเองโดยมีกลุ่มทุนหนุนหลัง โดยที่ไม่ต้องพึ่งพายูฟ่าให้เป็นตัวกลางอีกต่อไปกันเถิด!!!

นี่เองครับคือที่มาของการเกิดขึ้นของยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ ลีก ที่ถึง ณ ปัจจุบันมี 12 ทีมยักษ์ใหญ่ของลีกยุโรปรวมตัวกันก่อตั้งขึ้น อันประกอบไปด้วย 6 ทีมท็อปซิกส์ของพรีเมียร์ลีกอังกฤษอย่าง ปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, เรือใบสีฟ้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้,หงส์แดง ลิเวอร์พูล, สิงโตน้ำเงินคราม เชลซี, ไก่เดือยทอง ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์, ไอ้ปืนใหญ่ อาร์เซน่อล บวกด้วย 3 ทีมยักษ์ใหญ่แห่งลาลีกาลีกสเปนอย่างราชันชุดขาว เรอัล มาดริด, เจ้าบุญทุ่ม บาร์เซโลน่า, ทีมตราหมี แอตเลติโก มาดริด และบวกด้วยอีก 3 ทีมใหญ่ยักษ์แห่งกัลโชเซเรอาอย่างปีศาจแดงดำ เอซี มิลาน, เจ้างูใหญ่ อินเตอร์ มิลาน และเจ้าม้าลาย ยูเวนตุส

โดยนอกจาก 12 ทีมยักษ์ใหญ่ข้างต้นนี้ ตามรายงานยังระบุว่าจะมีอีก 3 ทีมยักษ์ใหญ่ที่ยังรอให้คำตอบว่าจะเข้าร่วมหรือไม่ (ซึ่งแหล่งข่าวหลายสำนักมองกันว่าน่าจะเป็น 2 ทีมใหญ่แห่งบุนเดสลีกาลีกเยอรมันอย่างเสือใต้ บาเยิร์น มิวนิค กับเสือเหลือง โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ [ซึ่งล่าสุดทั้ง 2 ทีมก็ออกมาบอกอย่างชัดเจนแล้วว่า พวกตนจะไม่เข้าร่วมสังฆกรรมกับยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ ลีก เป็นอันขาด] กับอีก 1 ทีมคือยักใหญ่แห่งลีกเอิงฝรั่งเศสอย่างป๋าทุ่ม ปารีส แซงต์-แชร์กแมง [ซึ่งทีมหลังนี้ถ้าเป็นจริง ก็ยังสงวนท่าทีไม่ตอบรับตกลงแต่อย่างใด])

นอกเหนือจาก 15 ทีมข้างต้นแล้ว จะมีอีก 5 ทีมที่จะได้เข้าร่วมศึกยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ ลีก ซึ่งก็จะเป็นไปตามเกณฑ์ที่ยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ ลีก กำหนดไว้ (โดยกฎเกณฑ์ก็น่าจะคล้ายๆ กับการคัดเลือกจากอันดับในลีกของแต่ละประเทศ เหมือนกับศึกยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกหรือยูโรป้าลีก) ทำให้รวมแล้วจะมีทีมที่เข้าร่วมศึกยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ ลีก ทั้งหมดซีซั่นละ 20 ทีม แข่งกันแบบแบ่งกลุ่ม 2 กลุ่ม กลุ่มละ 10 ทีม เตะแบบพบกันหมดแบบเหย้าเยือน และคัดเอาทีมอันดับดีของแต่ละกลุ่มเข้ารอบไปแข่งเตะกันแบบน็อคเอาท์ในรอบต่อๆ ไป (ซึ่งก็เหมือนกับศึกยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกและยูโรป้าลีกนั่นแหละ) จนได้แชมป์ แต่จะมีข้อแตกต่างจากยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกและยูโรป้าลีกหน่อยก็ตรง 15 ทีมซึ่งเป็นผู้ร่วมก่อตั้งนั้นจะได้สิทธิ์เข้าร่วมแข่งในศึกยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ ลีก นี้โดยอัตโนมัติทุกปี ขณะที่อีก 5 ทีมจะต้องแย่งโควต้าเข้ามาร่วมเป็นปีต่อปีไป

นี่แหละครับกฎเกณฑ์คร่าวๆ ของยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ ลีก ซึ่งรูปแบบการแข่งขันแทบไม่ต่างอะไรจากศึกฟุตบอลยุโรปที่มีอยู่เดิมเลย ดังนั้น มันแน่นอนว่านี่ไม่ใช่เรื่องอะไรอื่นนอกจากเป็นภารกิจดึงเงินจากกระเป๋าของยูฟ่า มาเข้ากระเป๋าตัวเองของ 12 (หรือ 15) ทีมผู้ก่อตั้งยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ ลีก

ประมาณว่าไม่พอใจโปรโมเตอร์คนปัจจุบัน ก็เลยตั้งตัวเป็นโปรโมเตอร์เองไปซะ!!!

ลืมบอกไปว่าทีมที่เข้าร่วมศึกยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ ลีก นี้จะได้รับเงินสนับสนุนถึงสโมสรละ 350 ล้านยูโร ซึ่งจริงเท็จอย่างไรไม่แน่ใจเพราะแหล่งข่าวแต่ละสำนักก็ให้ข้อมูลไม่ตรงกันเท่าไหร่นัก แต่ที่ค่อนข้างชัวร์ก็คือ ทีมสโมสรที่เข้าร่วมจะมีรายได้จากการเข้าร่วมไม่ต่ำกว่า 100 ล้านยูโรแน่นวลลลล…

ในภาวะที่โลกกลายเป็นอัมพาตกลายๆ หารายได้ยากเย็นจากสภาวะโควิด-19 เช่นนี้ การได้เงินก้อนโตขนาดนี้เข้ามาสู่สโมสร ทีมไหนๆ ก็อยากได้ทั้งนั้นแหละ ว่าไหมครับ?

แต่ก็แน่นอนว่า การทำเพื่อให้ได้เงินก้อนโตขนาดนี้มา มันก็ย่อมจะต้องแลกด้วยบางสิ่งบางอย่างไป และในกรณีนี้ก็คือ ความสนุกในการแข่งขันชิงอันดับในลีก ซึ่งจะสูญเสียไปแน่นอน เพราะในเมื่อ 12 (หรือ 15) ทีมยักษ์ใหญ่ไม่จำเป็นจะต้องพะวักพะวงทำอันดับเพื่อไปเล่นยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกเหมือนเดิม เพราะไม่ว่าจะทำอันดับในลีกได้เท่าไหร่ ก็ได้สิทธิ์ไปเล่นในยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ ลีก โดยอัตโนมัติอยู่แล้ว ความเอาจริงเอาจังในการแข่งขันย่อมลดลง ความลุ้นความระทึกของกองเชียร์ที่ชมเกมหรือชมการถ่ายทอดย่อมลดลง ซึ่งตรงจุดนี้ผมมองว่าเป็นความเสียหายในระยะยาวที่น่ากลัวมากว่าเสน่ห์ของการแข่งขันฟุตบอลจะหายไป

แน่นอน แฟนบอลมากมายทั่วโลกมองเห็นตรงจุดนี้ และมีหลายต่อหลายคนเหลือเกินที่ออกมาคัดค้านการจัดตั้งศึกยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ ลีก จนถึงขนาดที่บางคนนั้นยอมที่จะก่นด่าทีมรักที่ดันไปเข้าร่วมวงศ์ไพบูลย์กับยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ ลีก ไม่ว่าจะเป็นแกรี่ เนวิลล์ อดีตแบ็คขวาตำนานของปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เซอร์อเล็ก เฟอร์กูสัน อดีตบรมกุนซือของปีศาจแดง เจมี่ คาราเกอร์ อดีตตำนานของหงส์แดง ลิเวอร์พูล เป็นอาทิ

และแน่นอน ผู้ที่โดนหนามบ่งซึ่งไม่สามารถอดรนทนได้ไหวอย่างยูฟ่า ก็มีการประชุมและออกมาตรการดัดหลัง 12 (หรือ 15) ทีมข้างต้น ด้วยการแบนผู้เล่นของสโมสรดังกล่าวจากทัวร์นาเมนท์ของยูฟ่าและฟีฟ่าทุกรายการ ไม่ว่าจะเป็นฟุตบอลโลกหรือฟุตบอลยูโร ซึ่งแน่นอนสำหรับตัวนักเตะ นี่เป็นมาตรการที่จะต้องคิดหนักอย่างแน่นอน

กระนั้นก็ดี ดูเหมือนทางผู้บริหารของยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ ลีก เองก็มีการหารือและวางแนวทางการเคลื่อนไหวรอไว้อยู่แล้ว โดยทางฟลอเรนติโน เปเรซ ประธานสโมสรราชันชุดขาว เรอัล มาดริด ในฐานะประธานคนแรกของยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ ลีก ก็ออกมาโต้ตอบอเล็กซานเดอร์ เซเฟริน ประธานสหพันธ์ฟุตบอลยุโรปหรือยูฟ่าถึงการออกมาประกาศมาตรการแบนนักเตะจากยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ ลีก ควันทันว่า ถ้ายูฟ่าและฟีฟ่าจะแบนนักเตะของยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ ลีก ไม่ให้เล่นฟุตบอลยูโรและฟุตบอลโลก ทางยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ ลีก ก็จะจัดการแข่งขันฟุตบอลโลกขึ้นเอง!!!

แน่นอนว่านี่เป็นการต่อสู้กันแบบตาต่อตาฟันต่อฟันชนิดที่ไม่มีใครยอมใคร และถึงตอนนี้ท่ามกลางฝุ่นควันที่อวลตลบ แฟนบอลอย่างเราๆ ก็คงต้องรอติดตามชมตอนต่อไปของยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ ลีก นี้ต่อไป ว่าจะสามารถเกิดขึ้นได้จริงหรือไม่? แค่ไหน? หรือจะเป็นเพียงโมเดลที่ใช้ในการเรียกร้องส่วนแบ่งที่สมควรได้ของสโมสรยักษ์ใหญ่ในยุโรป ที่เมื่อการเจรจาสมผลประโยชน์กันแล้ว โมเดลที่ว่าก็จะถูกล้มพับและลืมๆ มันไป

จนกว่าจะถูกหยามยอกครั้งใหม่ ถึงจะถูกดึงกลับมาใช้เรียกร้องผลประโยชน์กันอีกครั้ง…

FIFATH LINE

FIFATH - เล่น FIFA55 กับน้องปาร์ตี้ แจกเครดิตลองเล่น ฟรี 100 บาท
สอบถามเพิ่มเติมหรือต้องการสมัครสมาชิก กดที่ปุ่มเพิ่มเพื่อนด้านล่างได้เลยค่ะ

Comments

comments