“4 ปัญหา” ถ้าแก้ได้ส่งผีคืนบัลลังก์!

FIFA55 FIFATH

แฟนๆ ปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คงมีอันปวดหัวตุบๆ กันบ้างไม่มากก็น้อยนะครับ หลังจากได้เห็นบทสัมภาษณ์ของเฟร็ด กองกลางหัวใจหลักของทีมในเวลานี้ ที่ออกมาบอกเล่าถึงปัญหาของทีมที่เต็มไปด้วยเรื่องปวดหัว

ปัญหาของแมนฯ ยูฯ ตามที่เฟร็ดบอกเล่ามาพอจะสรุปได้ดังนี้ครับ

1.ผู้เล่นขาดทักษะการเอาตัวรอดในสนาม

2.ทีมขาดความสร้างสรรค์ในการเล่นเกม (โดยเฉพาะกองกลาง / เฟร็ดเขาบอกมา)

3.ทีมขาดความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

4.ผู้เล่นหลายคนเห็นตัวเองใหญ่กว่าสโมสร

เป็นอย่างไรกันบ้างครับ เห็นเฟร็ดเล่ามาอย่างนี้ เราก็ลองมาแก้ปัญหาให้มิดฟิลด์เลือดแซมบ้า และให้ปีศาจแดง แมนฯ ยูฯ กันดีกว่า ลองไล่วิเคราะห์กันไปเป็นข้อๆ เลย เผื่อถ้าทำได้ ผีแดงอาจกลับมาทวงบัลลังก์ความยิ่งใหญ่ได้ก็เป็นได้นะ

1.ผู้เล่นขาดทักษะการเอาตัวรอดในสนาม

ประเด็นนี้มองได้หลายมุม แต่ใจความสำคัญของมันคือ ผู้เล่นแมนฯ ยูฯ เวลาโดนบดบี้จากคู่แข่ง มักเอาตัวรอดไม่ค่อยได้ ซึ่งมันสะท้อนได้ 2 มุม คือ ความสามารถเฉพาะตัวของผู้เล่นไม่ดีพอ และขาดทีมเวิร์คที่คอยช่วยกัน

ผู้เล่นที่มีความสามารถเฉพาะตัวที่ดีพอ เวลาเจอสถานการณ์คับขันที่คู่ต่อสู้เข้ามากดดัน เขาก็สามารถใช้ทักษะที่ตัวเองมีหลอกล่อหรือเอาตัวรอดจากสถานการณ์นั้นๆ ออกมาได้ หรือถ้าผู้เล่นมีความสามารถเฉพาะตัวไม่เพียงพอ แต่มีเพื่อนคอยเข้ามาช่วยพยุง วิ่งหาช่องให้จ่ายต่อ หรือเข้ามาช่วยตั๊นคู่แข่งให้ ก็ย่อมเอาตัวรอดจากสถานการณ์คับขันนั้นๆ ไปได้

แต่ก็อย่างที่แฟนๆ ปีศาจแดงเห็นกันมาตลอดในช่วงหลัง ว่าเวลาผู้เล่นแมนฯ ยูฯ เจอตัวต่อตัวกับคู่แข่งหรือเจอคู่แข่งบีบกดดัน พวกเขามักไปไม่รอดทั้ง 2 มิติ คือ ความสามารถเฉพาะตัวก็ไม่ดีพอจะเอาตัวรอดจากคู่ต่อสู้ได้ และเวลาโดนบีบ พวกเขาก็เดียวดายเหมือนเรือลำน้อยท่ามกลางมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ ไม่มีเพื่อนมาวิ่งช่วยทำทางหรือมาช่วยเบิกทางแต่อย่างใด สุดท้ายก็เสียบอล เสียการทำเกมไป

จึงกล่าวได้ว่า นักเตะแมนฯ ยูฯ ชุดปัจจุบัน ทั้งทักษะความสามารถเฉพาะตัวก็ไม่ดี ทั้งทีมเวิร์คที่จะคอยช่วยเหลือกันก็ไม่มีไปซะอีก!

ทางแก้ของเรื่องนี้ผมเห็นว่าควรมีการแก้ใน 3 มิติ นั่นคือ

1.1 เสริมทัพผู้เล่นที่มีทักษะความสามารถเฉพาะตัวเข้ามาสู่ทีม ทั้งนักเตะจอมลีลา ที่สามารถใช้ทักษะความสามารถเฉพาะตัวเอาตัวรอดเองได้ หรือนักเตะที่มีความแข็งแกร่ง แม้ลีลาไม่ดี แต่มีดีที่ความหนา ความใหญ่ ความแข็งแกร่ง สามารถใช้สรีระร่างกายให้เป็นประโยชน์ในการเอาตัวรอดหรือสร้างความได้เปรียบให้แก่ทีมได้

1.2 สร้างทีมเวิร์คให้มันเวิร์ค แมนฯ ยูฯ ต้องสร้างทีมผู้เล่นที่มีความกระฉับกระเฉงและมีหัวใจเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน คอยวิ่งช่วยกัน ประคองกัน ไม่ใช่พอเสียบอลก็ยืนรอให้เพื่อนคนที่ทำเสียรับผิดชอบเอาเอง ไม่ช่วยวิ่งไล่ ไม่ช่วยเอาคืน ซึ่งในจุดนี้นอกจากการสร้างวินัยทางร่างกาย การเคลื่อนที่ และแทคติคทีมเวิร์คแล้ว ยังต้องสร้างสปิริตทางจิตใจให้แก่ผู้เล่นทุกคนร่วมด้วย ซึ่งมันนำมาซึ่งข้อต่อไป นั่นคือ…

1.3 สตาฟฟ์โค้ชใหม่ที่ไฉไลกว่า ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ก่อนที่เฟร็ดจะออกมาโพนทะนาเรื่องปัญหาภายในทีมปีศาจแดง มีประเด็นหนึ่งที่ร้อนแรงขึ้นมานั่นคือหนึ่งในสตาฟฟ์โค้ชของแมนฯ ยูฯ อย่าง คีแรน แม็คเคนน่า ที่มีผู้เล่นในทีมผีแดงหลายคนไม่ปลื้ม ทั้งในแง่ของความมือไม่ถึง มีการคุมซ้อมที่หน่อมแน้ม เบสิค ดาดๆ เกินไปจนนำไปใช้อะไรในเกมการแข่งขันจริงไม่ได้ ทั้งในแง่ (ที่มีข่าวออกมานานแล้ว) ที่ว่าแม็คเคนน่าโอ๋บรรดาผู้เล่นเยาวชนของทีมมากเกินไป จนเกิดเป็นการแบ่งฝักแบ่งฝ่าย ซึ่งน่าสนใจไม่น้อยว่า แม็คเคนน่าเองนั้นก็ยังอายุอานามไม่เยอะ ความสามารถในการคุมซ้อมของเขายังเป็นคำถามที่หลายฝ่ายสงสัยใครรู้ และปัญหาที่ว่ามานั้นก็เป็นกระแสมาเรื่อยๆ ดังนั้น เพื่อลองเชิงแก้ปัญหา บอร์ดบริหารอาจลองสลับแม็คเคนน่าไปทำอย่างอื่นก่อน และแต่งตั้งสตาฟฟ์คนใหม่ที่มีทั้งคุณวุฒิและวัยวุฒิมากกว่ามาทำหน้าที่การคุมซ้อมแทน ถ้ามันสามารถแก้ปัญหาได้ ทีมมีการผลลัพธ์การซ้อมที่ดีขึ้น การแบ่งฝักแบางฝ่ายภายในทีมลดลงหรือหายไป ก็เป็นอันจบ

2.ทีมขาดความสร้างสรรค์ในการเล่นเกม (โดยเฉพาะกองกลาง / เฟร็ดเขาบอกมา)

อันนี้ไม่เถียงเฟร็ดเลย เพราะขุมกำลังในแดนกลางของแมนฯ ยูฯ นั้นปวกเปียกและเฉื่อยแฉะจนไม่รู้ว่าผู้จัดการทีมปล่อยให้มันมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร คือไม่มีจอมทัพในแดนกลางที่เป็นตัวหลักหรือเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงที่มั่นคงถาวร คือจริงอยู่ว่าก่อนหน้าที่จะซื้อ บรูโน่ แฟร์นันด์ เข้ามา ทีมมีมิดฟิลด์แชมป์โลกอย่าง ปอล ป็อกบา ที่ถ้าหากวัดค่าสกิลแล้วก็จัดได้ว่าอยู่ในระดับตัวท็อปของโลก ทว่าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ป็อกบามีปัญหาเรื่องภาวะผู้นำและความสม่ำเสมอในการเล่น ไม่มีความเป็นผู้ใหญ่ ติดออกไปทางเล่นเสียเยอะ และฟอร์มในสนามถ้าวันไหนดีก็ดีใจหาย วันไหนแย่ก็แย่บรรลัยจักร ซึ่งทีมระดับชั้นนำไม่สมควรที่จะพึ่งพานักเตะที่ขาดความสม่ำเสมอและไม่มีความเป็นผู้ใหญ่แบบนี้ แต่บอร์ดบริหารและผู้จัดการทีมของปีศาจแดงก็ปล่อยให้ทีมหวังพึ่งป็อกบามานานเสียจนถึงจุดที่พอไม่มีป็อกบาแล้ว ทีมก็ไม่สามารถหาตัวทำเกมที่คอยสร้างสรรค์เกมให้ทีมได้เลย

สก็อต แมคโทมิเนย์ เป็นเลือดใหม่ที่มีความเป็นผู้นำสูง แต่ด้วยสรีระและตำแหน่ง เขาคือมิดฟิลด์ตัวตัดเกม ที่พอจะเติมเกมรุกได้บ้าง แต่ไม่ใช่ขนาดจอมทัพที่คอยสร้างสรรค์เกมได้

เฟร็ด คือจอมเทคนิคที่คอยขับเคลื่อนเกม แต่ก็ยังไม่ใช่จอมทัพที่คอยสร้างสรรค์เกมได้

อันเดรียส เปไปร่า แต่ก่อนคือความหวังในฐานะเบอร์ 10 คนใหม่ของปีศาจแดง แต่เล่นไปเล่นมากลายเป็นตัวถ่วงเกมของทีมไปอย่างงงๆ จนทีมหวังพึ่งพาอะไรไม่ได้อีก

ไม่ต่างอะไรกับ เจสซี ลินการ์ด ที่ไม่สามารถสร้างประโยชน์อะไรให้แก่ทีมได้อย่างเป็นชิ้นเป็นอัน ขาดความมีส่วนร่วมกับเกมสูงมาก คือไม่สามารถเล่นร่วมกับลูกบอลได้ (ไม่ใช่แค่เล่นกับเพื่อนร่วมทีมไม่ได้นะ แต่เล่นร่วมกับลูกบอลก็ไม่ได้ด้วย 555) และหวังพึ่งพาอะไรไม่ได้เลย

เนมันย่า มาติช ตำแหน่งเขาคือตัวคุมจังหวะเกม คอยโฮลด์บอล แต่ไม่ใช่ตัวสร้างสรรค์เกม และอายุอานามที่มากขึ้นก็ทำให้เขาช้าจนกลายเป็นจุดบอดของทีมไปแล้ว

นี่คือบรรดาขุมกำลังแดนกลางของแมนฯ ยูฯ จะเห็นได้ว่าเราไม่สามารถมองหาความสร้างสรรค์เกมได้จากผู้เล่นคนไหนได้เลย ที่ผ่านมาแมนฯ ยูฯ จึงต้องใช้รูปแบบของการตั้งรับและโต้กลับเร็ว คืออาศัยความเร็วของ มาคัส แรชฟอร์ด กับ เดเนียล เจมส์ ในการบุกทะลวงเกมรับคู่แข่ง แต่เวลาที่เจอทีมที่รับแข็งๆ รับตลอดเวลาแล้วคอยสวน แมนฯ ยูฯ จึงเจาะไม่ได้ ทำอะไรไม่เป็น สร้างสรรค์เกมไม่ขึ้นเพราะไม่มีตัวคอยสร้างสรรค์

ทางแก้ของปัญหานี้ นอกจากการรอดูฟอร์มของบรูโน่ เฟอร์นันด์ ว่าจะหมู่หรือจะจ่า ก็คือ

2.1 เสริมทัพตัวกลางฝีเท้าจัดๆ อีกสักตัว เพราะซัมเมอร์ที่จะถึงนี้ ปอล ป็อกบา คงไม่มีชื่ออยู่ในชายคาโอลด์แทร็ฟฟอร์ดอีกต่อไปแล้ว ดูจากสถานการณ์และข่าวที่หลุดรอดออกมาจากแคมป์ว่ายังไงๆ กองกลางแชมป์โลกชาวฝรั่งเศสก็คงขอย้ายออกจากทีมอย่างแน่นอน ติดอยู่แค่ว่าย้ายไปไหนดีแค่นั้นแหละ นั่นทำให้แมนฯ ยูฯ ต้องหาห้องเครื่องหรือกองกลางฝีเท้าดีๆ อีกสักตัวเข้ามาคอยทำหน้าที่สร้างสรรค์เกมช่วยกับบรูโน่ ซึ่ง 2 รายชื่อที่น่าสนใจนั่นก็คือ เจมส์ แมดดิสัน ของเลสเตอร์ ซิตี้ และ แจ็ค กลีลิช ของแอสตัน วิลล่า เพราะ 2 หัวย่อมดีกว่าหัวเดียว การที่บรูโน่มีเพื่อนคอยช่วยย่อมดีกว่าปล่อยให้สตาร์ทีมชาติฝอยทองแบกทีมอยู่คนเดียว และก็อย่างที่เราเห็นกันอยู่แล้วในรายของป็อกบา พอตัวทำเกมอย่างเขาเจ็บยาว ผู้รับหน้าที่สร้างสรรค์เกมก็หายไปจากทีม แมนฯ ยูฯ จึงควรสอยตัวทำเกมมาอีกสักตัว

2.2 แท็คติกทีมเวิร์คต้องดีขึ้น นอกจากเสริมทัพกองกลางเพิ่ม อีกสิ่งที่ควรต้องทำก็คือการสังคายนาการซ้อมทีมเวิร์คใหม่ ให้ทีมมีรูปแบบการสร้างสรรค์เกมบุกที่หลากหลาย มีประสิทธิภาพ มีลูกเล่นลูกล่อลูกชนสำหรับใช้เจาะตาข่ายคู่แข่งได้มากขึ้นกว่าเดิม ซึ่งตรงจุดนี้ ผู้จัดการทีมและทีมโค้ชคือปัจจัยสำคัญ ถ้าลำพัง โอเล่ กุนนาร์ โซลชา และทีมสตาฟฟ์ ยังไม่สามารถสร้างทีมเวิร์คเกมบุกให้ทีมได้ดีขึ้น การพิจารณาหาผู้จัดการทีมคนใหม่และสตาฟฟ์ใหม่ ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ ซึ่งถ้าหากมองในมุมของการสร้างทีมเวิร์คเกมบุก ชื่อของ เมาริซิโอ โปเชตติโน ก็ถือว่าน่าสนใจมากจากผลงานในการสร้างทีมเวิร์คเกมบุกทั้งที่เซาแธมป์ตัน และที่ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ กับอีกคนที่อาจได้มิติของการคุมประพฤตินักเตะได้ดีมาร่วมด้วยก็คือ มัสซีมิเลียโน่ อัลเลกรี กุนซือจอมเก๋าชาวอิตาเลี่ยน

3.ทีมขาดความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

ปัญหาทีมขาดความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันต้องแก้ไขด้วยการสร้างทีมเวิร์คที่ดีเช่นเดียวกัน แต่ในประเด็นนี้ควรมุ่งเน้นไปที่การสร้างจิตวิญญาณร่วมของความเป็นแมนฯ ยูไนเต็ด ให้เกิดขึ้นกับนักเตะทุกคนในทีม มันเป็นเรื่องของสปิริตภายในที่จำเป็นต้องอาศัยจิตวิทยาของผู้จัดการทีมและโค้ชที่ (อาจจะ) ต้องมี “ความเก๋า” พอที่จะรู้ว่าจะต้องทำอย่างไรให้ทีมเกิดความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันได้ ซึ่งหากให้ประเมินสตาฟฟ์และตัวของโซลชาเองถึง ณ เวลานี้ ผมต้องบอกว่าพวกเขาสอบตก! ในแง่ดังกล่าว เพราะหากจะให้เปรียบเทียบกันง่ายๆ ดื้อๆ อย่างในกรณีของ อันโตนิโอ คอนเต้ ที่เพิ่งโยกไปคุมเจ้างูใหญ่ อินเตอร์ มิลาน เพียงซีซั่นแรก แต่เขากลับสามารถหลอมรวมทีมงูใหญ่ได้อย่างเป็นเอกภาพและแข็งแกร่ง ทั้งๆ ที่อินเตอร์เองก็เพิ่งช้อปปิ้งนักเตะใหม่เข้าทีมในช่วงซีซั่นนี้ไม่น้อย 5-6 คน แต่พวกเขากลับสามารถทำผลงานได้ดี เหนืออื่นใด ดูได้จากนัดล่าสุดของอินเตอร์ที่พลิกกลับมาเอาชนะคู่ปรับร่วมเมืองอย่างปีศาจแดงดำ เอซี มิลาน ไปได้อย่างสุดยอด ต้องให้เครดิตกับคอนเต้ในการกระตุ้นและสร้างพลังร่วมให้กับนักเตะอินเตอร์ จนสามารถขุดพลังใจกลับมาเอาชนะคู่ปรับไปได้อย่างน่ายกย่อง

โซลชาจำเป็นต้องทำให้ได้อย่างนั้น ซึ่งเท่าที่ผ่านมาในซีซั่นนี้ แฟนผีไม่เห็นภาพที่นักตะหลอมรวมเป็นอันหนึ่งอันเดียว หรือรวมพลังใจกันกลับมาเอาชนะคู่แข่งได้อย่างสวยงามเลย

เพราะฉะนั้น ทางแก้ของประเด็นนี้ก็คงไม่แคล้วเปลี่ยนแปลงผู้จัดการทีมนั่นแหละ!

4.ผู้เล่นหลายคนเห็นตัวเองใหญ่กว่าสโมสร

แฟนผีพอจะมองภาพของปัญหาประเด็นนี้ออก และก็รู้ดีว่ามันควรจะต้องแก้ปัญหานี้ที่ตรงไหน

ใช่ครับ! ปัญหานักเตะที่อีโก้เยอะ เห็นตัวเองใหญ่กว่าสโมสร ถ้าเป็นสมัยที่ เซอร์ อเล็ก เฟอร์กูสัน ยังคุมทีมอยู่ ปัญหานี้แก้ได้ง่ายมาก นั่นคือขายนักเตะคนนั้นทิ้งไปซะ!!!

นักเตะอย่าง รุด ฟาน นิสเตอรอย ที่ทำตัวเป็นพี่ใหญ่ของทีมจนขัดแย้งกับลูกทีมคนอื่นๆ ไปทั่วเอย ไหนจะ เดวิด เบคแฮม ที่ปล่อยให้ภรรเมีย วิคตอเรีย เบคแฮม เข้ามามีบทบาทในชีวิตมากเกินไป และชักจูงเดวิดให้หันไปสนใจเรื่องนอกสนามจนเกินพอดีเอย หรือแม้แต่ ยาป สตัม ที่ออกหนังสือแฉการคุมทีมของป๋าเฟอร์กี้เอย เหล่านี้ล้วนถูกเซอร์อเล็กขายทิ้งชนิดทันทีทันควัน ไม่ปล่อยให้เรื่องยืดเยื้อจนแก้ยาก คือใครที่มีพฤติกรรมส่อว่าจะสร้างปัญหาให้ทีมมากกว่าสร้างประโยชน์ ป๋าแกขายทิ้งเรียบ และนักเตะที่อยู่ในทีมของแกจะต้องอยู่ในโอวาทและการควบคุมของแกทุกกระเบียดนิ้ว นั่นคือการสร้างเอกภาพของทีม และสร้างสถานะที่ชัดเจนสุดๆ ว่าสโมสรสำคัญกว่าตัวนักเตะมากมายนัก ลำพังแค่นักเตะคนสองคน ถึงจะเก่งแค่ไหนแต่ก็ไม่ใหญ่เกินไปกว่าทีม ขายทิ้งไปสโมสรก็ยังอยู่ได้ และคว้าแชมป์ได้เหมือนเดิม

ผู้จัดการทีม ณ ปัจจุบันของยูไนเต็ดต้องทำให้ได้อย่างป๋าครับ นักเตะที่ยึกยักอยากได้ค่าเหนื่อยสูงๆ อย่างแรชฟอร์ดหรือเดเคอา รวมไปถึงนักเตะที่บ้าโซเชียลอย่างป็อกบาหรือลินการ์ด เก็บไว้ก็รังแต่สร้างปัญหาระยะยาวให้กับทีม ขายทิ้งไปเสียให้สิ้นเรื่องสิ้นราว แล้วเสริมทัพด้วยนักเตะประเภทที่ใจมาจริงๆ ซึ่งตรงจุดนี้ก็เป็นแนวทางที่โซลชากำลังทำนั่นแหละ เพียงแต่ที่แกทำมันละมุนละม่อมไปหน่อย ไม่เด็ดขาดฟันทิ้งฟันฉับเหมือยสมัยป๋าเท่านั้น

และทั้งหมดทั้งมวลนี้ก็คือปัญหาใหญ่ๆ 4 ประเด็นที่เฟร็ดออกมาป่าวประกาศให้ทั้งโลกรู้ถึงปัญหาที่แมนฯ ยูฯ กำลังประสบ ซึ่งเอาจริงๆ แล้วหากคิดจะแก้กันจริงๆ มันก็ไม่เหนือบ่ากว่าแรงเท่าไรนัก ซึ่งถ้าหากแก้ได้ ก็ไม่แน่ว่าแมนฯ ยูฯ อาจจะกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้งก็เป็นได้…

FIFATH LINE

FIFATH - เล่น FIFA55 กับน้องปาร์ตี้ แจกเครดิตลองเล่น ฟรี 100 บาท
สอบถามเพิ่มเติมหรือต้องการสมัครสมาชิก กดที่ปุ่มเพิ่มเพื่อนด้านล่างได้เลยค่ะ

Comments

comments