[World Cup 2018] เก็บตกหลังเกมแรกของกลุ่มเอ

บอลโลก 2018 ผ่านมาแล้ว 2 วันยังไม่เต็มดี (เขียนหลังจากจบเกมระหว่างอุรุกวัย VS. อียิปต์) แต่รอบแบ่งกลุ่มกลุ่มเอเตะนัดแรกครบแล้วทั้ง 4 ทีมนะครับ ทั้ง 2 คู่มีประเด็นอะไรที่น่าสนใจกันบ้าง ลองไปไล่ดูกัน

 

1.ซาอุไม่สมควรมาเล่นรอบสุดท้าย

 

ในส่วนของคู่แรกคู่ประเดิมสนามระหว่างเจ้าภาพ หมีขาว รัสเซีย VS. เศรษฐีน้ำมัน ซาอุฯ ก็อย่างที่เห็นๆ ครับ ไม่มีอะไรมากไปกว่าหนังซ้ำที่ฉายวนในฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายมาหลายปี ซาอุฯ ยังคงเป็นทีมรองบ่อนในรอบสุดท้ายอย่างสม่ำเสมอ และเหมือนไม่คิดจะพัฒนาตัวเองยังไงยังงั้น ปล่อยให้ทีมเจ้าภาพที่ฟอร์มตื้อๆ ตันๆ ตลอดปีที่ผ่านมาอย่างรัสเซีย รัวกระหน่ำไปได้ถึง 5 เม็ด ซึ่งถึงจะโดนรัวขนาดนั้นแต่ถ้านักเตะซาอุฯ เล่นกันให้มันดีกว่านี้ก็คงไม่มีใครว่าอะไร แต่ประเด็นก็คือ ดูผู้เล่นซาอุฯ จะไม่มีแรงและไม่มีใจจะเล่นกันซะเลย

 

เฮ้ย! มีใครบอกป่าวว่านี่มันบอลโลกรอบสุดท้ายนะเฮ้ยยยย ตอนเล่นรอบคัดเลือกพวกคุณมรึงยังเล่นดีกว่านี้เลย หรือว่าเพราะเล่นกับทีมเอเชียด้วยกัน ไม่ต้องเกรงกลัวศักดิ์ศรีอะไรกันมาก แต่พอมาเจอทีมยุโรปเข้าหน่อย เล่นกันเป็นหมาหงอยหอยลีบอย่างนี้ สู้อย่าดันทุรังจะไปรอบสุดท้ายดีกว่า เอาโควต้ามาให้พี่ไทยกรูนี่

 

พยากรณ์ครับ ถ้าฟุตบอลโลกครั้งหน้าซาอุฯ ได้ไปอีก ก็คงมีหนังซ้ำยังงี้ออกมาฉายอีกแน่นอน

 

2.เกมรับอุรุกวัยโคตรแกร่ง

 

ถ้าพูดถึงทีมจอมโหดอย่างอุรุกวัย นอกจากสมญานาม “จอมโหด” แล้ว หลายคนก็คงคิดไปถึงเสื้อรัดรูปโชว์กล้ามหน้าอก (ซี้ดอูยยยย) กับตัวรุกระดับมหาเทพอย่าง หลุยส์ ซัวเรซ กับ เอดิสัน คาวานี่ เป็นหลักใช่มั้ยครับ

 

แต่หลังจากเกมที่จอมโหดกระทำการเชือดฟาโรห์ไป 1-0 ผมเชื่อว่าใครหลายคน (รวมถึงตัวผมเองด้วย) ต้องปรับมุมมองที่มีต่ออุรุกวัยเสียใหม่

 

เพราะไม่ใช่เกมรุกหรอกที่อุรุกวัยน่ากลัว แต่เกมรับนั่นต่างหากที่แข็งโป๊กกกก ชนิดเจาะโคตรยาก

 

เกมกับอียิปต์ แนวรุกของอุรุกวัยแทบทำอะไรหลังกองหลังฟาโรห์ไม่ได้เลยด้วยซ้ำ ซัวเรซเล่นผิดฟอร์ม ใช้โอกาสบานตะไทแต่ไม่มีแม้ประตูเป็นผลตอบแทน ส่วนคาวานี่ก็ทรงๆ ไม่เปรี้ยงเท่าที่ควร ลูกที่ควรได้โกลอียิปต์ก็ดันโคตรซูเปอร์เซฟซะยังงั้น

 

อียิปต์ต่างหากที่ดูมีลูกสวนกลับที่หวือหวาปราดเปรียว แม้ไม่มี โมฮัมเหม็ด ซาลาห์ แต่แนวรุกอย่าง อาเมอร์ วาร์ดา หรือ มาห์มูด อาห์เหม็ด อิบราฮิม ฮัสซาน เทรเซเก้ต์” (ชื่อยาวไปมั้ย?) ก็ทำหน้าที่ของตัวเองได้ดี สร้างสรรค์เกมได้สะเด่าไม่น้อย และน่าจะได้ประตูอยู่หลายช็อต แต่เพราะอุรุกวัยชุดนี้มีโครตกองหลังอย่าง ดีเอโก้ โกดิน และอีกหนุ่มที่พุ่งทะยานขึ้นมาในความสนใจของแฟนบอลทั่วโลก ณ เวลานี้ก็คือ โฮเซ่ มาเรีย คิเมเนซ (ซึ่งก็คือศิษย์น้องและคู่หูของโกดินในทีมตราหมี แอตเลติโก มาดริด นั่นเอง)

 

พูดได้เต็มปากเลยว่าถ้าไม่มี 2 คนนี้ ไม่แน่อุรุกวัยอาจไม่ได้เฮอย่างนี้ก็เป็นได้

 

และโดยเฉพาะถ้าไม่มีคิเมเนซ อุรุกวัยก็คงไม่ได้ 3 แต้มแน่นวลลลล

 

3.อียิปต์ทรงดีมีอนาคต

 

เทียบกับซาอุฯ ที่ก็เข้ามาเล่นรอบสุดท้ายหลายสมัยอย่างค่อนข้างสม่ำเสมอแล้ว อียิปต์ที่เข้ามาเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายเป็นครั้งแรกรอบ 28 ปี (ครั้งสุดท้ายที่ได้เข้ามาเล่นคือปี 1990 และครั้งแรกของพวกเขาก็โน่นนนน ปี 1934) กลับโชว์ให้เห็นถึงระดับของทีมที่ดีกว่ามาก

 

แน่นอนว่าถ้าเทียบชื่อชั้นนั้นอียิปต์ดีกว่าซาอุฯ อย่างไม่ควรเอาไปเทียบกันอยู่แล้วแหละ แต่ถ้าหากเปลี่ยนเอาชื่อของพวกเขาเหล่าฟาโรห์ไปเทียบกับอุรุกวัย หลายคนก็คงยักไหล่แล้วก็บอกว่า ก็คงได้แค่สู้เท่านั้นแหละ ยังไงก็แพ้ แม้จะมีโม ซาลาห์ แต่ก็ยังน่าคลางแคลงใจ เพราะอียิปต์ไม่ได้มี โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ และ ซาดิโอ มาเน่ นะเออ

 

ใช่ครับ แม้สุดท้ายอียิปต์จะได้แค่สู้ และแพ้อุรุกวัยไปจริงๆ แต่รูปเกมตลอด 90 กว่านาทีของเมื่อหัวค่ำบอกกับเราว่า ทีมนี้ไม่ธรรมดา และมีอันตรายชนิดที่ใครก็ห้ามประมาท

 

ขนาดไม่มีโม ซาลาห์ แต่แดนกลางของอียิปต์ก็ทำหน้าที่สร้างสรรค์เกมได้อย่างน่าตื่นตาตื่นใจ โดยเฉพาะแนวรุกทางซ้ายที่กดดันเกมรับของอุรุกวัยได้แทบตลอด เรียกว่าสู้ได้สบายมาก และเกือบจะทำแสบอุรุกวัยเสียด้วยซ้ำ

 

4.เห็นแววดาวรุ่งอนาคตไกล

 

2 เกมในกลุ่มเอจบไป ผมเห็นวี่แววของนักเตะอนาคตไกลหลายคนทีเดียว ในเกมแรกระหว่างรัสเซียกับซาอุฯ ก็แน่นอนว่าคือ อเล็กซานเดอร์ โกโลวิน มิดฟิลด์วัย 22 ปีของทีมหมีขาว ที่โชว์ฟอร์มเพลย์เมกเกอร์ได้สะเด่าดีแท้ กับผลงาน 2 แอสซิสต์กับอีก 1 ประตูจากฟรีคิกสุดสวย ถ้าในนัดที่ 2 เจ้าตัวยังเล่นได้อย่างนี้ รับรองเสร็จจากฟุตบอลโลกมีอันได้ย้ายออกจากซีเอสเคเอ มอสโก แน่นวลลลล

 

ส่วนซาอุฯ นั้น เอ่ออออ…ช่างมันเถอะ

 

ส่วนอีกคู่ระหว่างอุรุกวัย VS. อียิปต์ แน่นอนว่าฝั่งอุรุกวัย คนที่น่าจับตามองมากก็คือ โฮเซ่ มาเรีย คิเมเนซ เซ็นเตอร์แบ็คหนุ่มที่เล่นโคตรดีนั่นเอง ที่จริงก่อนหน้านี้เจ้าตัวก็มีข่าวพันกับทีมยักษ์หลายทีมไม่น้อย ทั้งกับปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทั้งกับราชันชุดขาว เรอัล มาดริด ซึ่งเชื่อได้เลยว่า เสร็จจากบอลโลก เจ้าตัวมีอันได้ย้ายจากทีมตราหมีแน่

 

ยกเว้นแต่ว่าจะเกิดอารมณ์จงรักภักดีทีมขึ้นมาดื้อๆ เหมือนรุ่นพี่อย่าง อองตวน กรีซมันน์ ซะงั้นแหละ!

 

กับอีกคนของคู่นี้คือผู้รักษาประตูของอียิปต์ครับ โมฮาเหม็ด เอล-เชนนาวี หน่วยก้านดีมาก เซฟมหัศจรรย์ไปหลายช็อต ถ้าเกมต่อๆ ไปยังเซฟไม่เลิก ก็น่าจะได้ย้ายออกจากอัล อาห์ลี ในไม่ช้าไม่นานแน่นวลลลล

 

5.กลุ่มนี้มีแววจะจบตั้งแต่นัดที่ 2

 

แม้อียิปต์จะโชว์ฟอร์มได้ดี แต่การแพ้อุรุกวัยในนัดแรกทำให้พวกเขาตกอยู่ในที่นั่งที่ค่อนข้างลำบากเอาการ เพราะรัสเซียและอุรุกวัยมี 3 แต้มเต็ม อียิปต์กับซาอุฯ บ๋อแบ๋ไร้แต้ม และในนัดที่ 2 อุรุกวัยจะเจอกับซาอุฯ ซึ่งเดาผลได้เลยว่าจะจบออกมายังไง

 

ขณะที่อียิปต์ต้องชนกับรัสเซีย ซึ่งถ้าวัดกันที่ฟอร์มจริงๆ ผมว่าอียิปต์มีลุ้นชนะนะ แต่อย่าลืมว่ารัสเซียคือเจ้าภาพ อะไรมันก็อาจเกิดขึ้นได้

 

ถ้าหากผลในนัด 2 มันจะเป็นเช่นที่คาดการณ์ข้างต้นจริงๆ แล้วละก็ มีโอกาสสูงมากที่กลุ่มเอนี้จะปิดฉากลงตั้งแต่นัดที่ 2 อุรุกวัยจะชนะซาอุฯ และรัสเซียมีแววจะชนะอียิปต์ มันจะทำให้รัสเซียและอุรุกวัยมีทีมละ 6 แต้ม ส่วนอียิปต์และซาอุฯ บ๋อแบ๋ไร้แต้ม เหลือนัดที่ 3 นัดสุดท้ายอีกนัดเดียว ทำยังไงแต้มก็ไม่พอ

 

ตัวแปรของกลุ่มนี้จึงอยู่ที่คู่ระหว่างอียิปต์กับรัสเซียนี่แหละครับ ใครชนะทีมนั้นผมว่าเข้ารอบได้เลย รัสเซียถ้าชนะนั้นแน่นอน แต้มขาด แต่ถ้าอียิปต์ชนะจะมีแต้ม 3 แต้มเท่ารัสเซีย และนัดสุดท้ายของอียิปต์จะเจอกับซาอุฯ (ซึ่งผลมันก็รู้ๆ กันอยู่แหละ 555) ส่วนรัสเซียจะเจออุรุกวัย ซึ่งชนะยากแน่นอน

 

วงตารางถ่ายทอดคู่อียิปต์ VS. รัสเซียไว้ได้เลยครับว่าอย่าพลาดนะคู่นี้.

FIFATH - เล่น FIFA55 กับน้องปาร์ตี้ แจกเครดิตลองเล่น ฟรี 100 บาท
สอบถามเพิ่มเติมหรือต้องการสมัครสมาชิก กดที่ปุ่มเพิ่มเพื่อนด้านล่างได้เลยค่ะ

Comments

comments