สัปดาห์หน้าแล้วครับสัปดาห์หน้า ฟุตบอลลีกยุโรปก็จะเริ่มทยอยเปิดฉากซีซั่นใหม่ ฤดูกาล 2019/2020 กันแล้ว โดยเริ่มเปิดหัวกันที่พรีเมียร์ลีกอังกฤษซึ่งจะเริ่มฟาดแข้งนัดแรกของซีซั่นกันในวันเสาร์ที่ 10 ส.ค. นี้

เพื่อต้อนรับฟุตบอลลีกที่คอบอลโหยหากันมานาน ว่าแล้วเราก็ลองมาประเมินเล่นๆ กันดีกว่าครับว่าในบรรดาท็อปซิกส์ของลีกอังกฤษ จะมีสภาพเป็นอย่างไรกันบ้างในซีซั่นใหม่นี้

แมนเชสเตอร์ ซิตี้

เริ่มกันที่แชมป์เก่า และแชมป์คอมมิวนิตี้ ชิลด์ ใหม่ๆ สดๆ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เรือใบสีฟ้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ยังโชว์ฟอร์มแกร่งและทรงดีไม่สร่างจากซีซั่นก่อนเท่าไหร่ ตัวที่ย้ายออกไปส่วนใหญ่ก็โรยรา ไม่ก็ไม่อยู่ในแผนการทำทีมของ เป๊ป กวาดิโอล่า แล้ว ทั้ง แวงซองต์ กอมปานี ที่ย้ายไปเป็นผู้เล่น+ผู้จัดการทีมที่อันเดอร์เลชท์ ในลีกบ้านเกิดของตัวเอง กับอีกคนคือ เฟเบียน เดลฟ์ ที่หลายคนลืมไปแล้วแหละว่าอยู่แมนฯ ซิตี้ (555) ก็ย้ายไปอยู่กับเอฟเวอร์ตันเพื่ออนาคตใหม่ที่ดีฝ่า (เดี๋ยวๆ ไม่ใช่การเมืองนะ)

ส่วนที่ย้ายเข้ามา เด่นๆ ก็มีตัวเดียวคือ โรดรี้ กองกลางจากตราหมี แอตเลติโก มาดริด ที่หลายๆ กูรูบอกว่า ตัวนี้เก่งและเด่นมากทีเดียว

ดูจากทรงการเสริมทัพและปรับสมดุลภายในทีมแล้ว แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในซีซั่นนี้ก็คงจะเล่นตามทรงเดิมครับ เพราะเอาจริงๆ ขุมกำลังของเรือใบสีฟ้าก็แน่นถึงแน่นมากอยู่แล้ว และเท่าที่ได้ดูฟอร์มจากนัดอุ่นเครื่อง หลายๆ คนก็จะเห็นได้ว่า เควิน เดอ บรอยน์ ดูจะสมบูรณ์และพร้อมมากๆ ทีเดียวสำหรับซีซั่นใหม่ เห็นเจ้าหมอนี่จ่ายบอลแต่ละทีแล้วแบบโคตรทะลุทะลวงหน่วงหนัก ดูทรงแล้วน่าจะโหดไปยาวๆ (ถ้าไม่เจ็บไปซะก่อนน่ะนะ)

สถานะในซีซั่นใหม่ : ลุ้นแชมป์ และมีเปอร์เซนต์สูงทีเดียวที่จะป้องกันแชมป์ไว้ได้

ลิเวอร์พูล

อดีตรองแชมป์พรีเมียร์ลีกและแชมป์ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกซีซั่นก่อน และรองแชมป์คอมมิวนิตี้ ชิลด์ หมาดๆ ใหม่ๆ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาเช่นกัลป์ลลล… ฟอร์มในซีซั่นที่จะถึงนี้ยังคงเป็นคำถามที่ใครหลายๆ คนเควสชั่นอยู่ไม่น้อยนะครับสำหรับลิเวอร์พูล เพราะนายใหญ่ เจอร์เก้น คล็อปป์ ก็ไม่ได้เสริมทัพอะไรมากมาย คล้ายๆ กับแมนฯ ซิตี้ นั่นแหละ คือมีนักเตะเข้ามาใหม่แค่ 2 หน่อ แต่แลดูจะด้อยกว่าแมนฯ ซิตี้ หน่อยก็ตรงที่นักเตะที่เข้ามานั้นแฟนบอลต้องอุทานดังๆ ออกมาว่า แมร่มใครวะ???

เซปป์ ฟาน เดน เบิร์ก และ ฮาร์วีย์ เอลเลียต คือนักเตะใหม่ 2 รายข้างต้น ขณะที่นักเตะย้ายออกส่วนใหญ่ก็เป็นพวกที่หมดอนาคตกับทีมแล้วอย่าง อัลเบร์โต โมเรโน, แดเนียล สเตอร์ริดจ์, แดนนี อิงส์ เป็นต้น

กล่าวโดยสรุปก็คือ ขุมกำลังของหงส์แดงในซีซั่นที่จะถึงนี้แทบจะไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรไปมากจากซีซั่นที่แล้วเลย แต่ปัญหาก็คือ ฟอร์มในช่วงอุ่นเครื่องที่ผ่านมาของหงส์แดงนั้นแลดูไม่ดีเอาซะเลย ทำเอาหลายๆ ฝ่ายเริ่มเป็นห่วงว่าซีซั่นนี้หงส์จะบินสูงได้เหมือนเดิมไหม หรือว่าใช้โควต้าพลังไปหมดตั้งแต่ซีซั่นก่อนแล้ว

แต่ก็นั่นแหละครับ อุ่นเครื่องกับเตะจริงมันวัดอะไรมากไม่ได้หรอก และหงส์แดงยุคนี้ก็ไม่ใช่ประเภทหมูสนามจริงสิงห์สนามซ้อมนะบอกเลออออ…

สถานะในซีซั่นใหม่ : ลุ้นแชมป์ แต่อาจจะยากกว่าซีซั่นก่อนนะ (อันนี้มาจากความรู้สึกส่วนตัว)

ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์

ไก่เดือยทองมีซีซั่นที่ดีมาหลายต่อหลายซีซั่นแล้วนะครับ แต่ก็แลดูเหมือนจะไปไม่สุดฝั่งฝันเลยสักซีซั่น มีซีซั่นก่อนที่มีลุ้นจะได้เป็นเจ้ายุโรป แต่สุดท้ายก็โดยหงส์แดงหักคอกลางอากาศในนัดชิงชนะเลิศไปซะ!

คือถ้าเป็นคนนอกมองสภาพที่สเปอร์เป็นอยู่ตอนนี้ มันต้องมีการเปลี่ยนแปลงครับ โดยเฉพาะการดึงนักเตะในระดับพี่เบิ้มบิ๊กเนมเข้ามาเสริมทัพ เพื่อสร้างความแตกต่างในการยืนระยะลุ้นแชมป์ให้ได้เสียที กระนั้นก็ตาม การเสริมทัพของไก่เดือยทองในซีซั่นนี้กลับแลดูไม่หวือหวาอลังการเท่าไหร่นัก เพราะเพิ่งได้ตัวดังมาตัวเดียว นั่นคือ ต็องกี เอ็นดอมเบเล จากโอลิมปิก ลียง ในสนนราคา 53.8 ล้านปอนด์ และก็ตามประสาไก่ครับ คือไม่ยอมขาดดุลมากเกินไปนัก ถ้าซื้อมาหนักก็ต้องปล่อยออกไปบ้าง แม้ไม่เท่าทุนแต่ก็ต้องลดค่าใช้จ่ายได้ นั่นทำให้สเปอร์ปล่อย คีแรน ทริปเปียร์ ไปแอตเลติโก มาดริด ราคาก็เหนาะๆ 20 ล้านปอนด์ ซึ่งถือว่าไม่แพงเลยสำหรับยุคปัจจุบันนี้ กับอีกคนที่อำลาจากทีมไปก็คือ เฟร์นันโด ญอเรนเต

ขุมกำลังของไก่เดือยทองในซีซั่นที่จะถึงนี้ สำหรับผมจึงรู้สึกว่าแทบไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลย (เช่นเดียวกัลลลล) และมันก็น่าจะส่งผลไปสู่อันดับในตารางเหมือนเช่นเคยนั่นแหละ

นั่นคือก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงมากนักหรอก แม้ว่าช่วงอุ่นครื่องจะได้แชมป์ออดี้ คัพ 2019 มาก็เถอะ อิๆ

สถานะในซีซั่นใหม่ : ลุ้นแชมป์ช่วงต้นซีซั่น และแผ่วปลายตกไปอยู่อันดับ 3-4-5 ในท้ายซีซั่น (เหมือนเดิม)

อาร์เซน่อล

ซีซั่นที่แสนอาภัพของไอ้ปืนใหญ่ อาร์เซน่อล และคงเป็นสถานการณ์ที่แสนน่าละเหี่ยใจสำหรับ อูไน เอเมรี่ เพราะบอร์ดพิจารณาอนุมัติงบประมาณสำหรับซื้อนักเตะได้บัดซบสิ้นดี ชนิดว่าถ้ากรูเป็นผู้จัดการทีม กรูจะเอาโพเดี้ยมทุ่มใส่บอร์ดให้ตายห้าตายหกไปถ้วนทั่วกัน แต่ก็เอาเถอะ อย่างน้อยเอเมรี่ก็ยังอุตส่าห์ไปขอผ่อน นิโกลาส์ เปเป้ มาจากลีลล์ได้ รวมไปถึงสอย วิลเลียม ซาลิบา มาจากแซงต์ เอเตียนน์ ในสนนราคาไม่แพงที่ 27 ล้านปอนด์ พร้อมยืม ดานี เซบาญอส ไอ้เด็กแสบนรกแตกจากเรอัล มาดริด มาช่วยอีกตัวหนึ่ง

ด้านนักเตะย้ายก้นออกที่ถือเป็นตัวหลักๆ ของไอ้ปืนใหญ่เองก็มีไม่น้อยทีเดียว ไล่ตั้งแต่ อารอน แรมซีย์ ที่หมดสัญญาและบ่ายหน้าไปซบตักยูเวนตุสแบบฟรีๆ, ปีเตอร์ เช็ค ที่แขวนถุงมือเลิกเล่นไปเป็นที่เรียบร้อย รวมถึง แดนนี เวลเบ็ค ที่หมดสัญญาและสโมสรไม่ปรารถนาจะให้อยู่ต่อ กลายเป็นนักเตะฟรีเอเย่นต์เร่ร่อนอยู่ ณ เวลานี้

โดยรวมแม้ตัวที่ออกไปจะเป็นนักเตะในระดับเกือบจะบิ๊กเนมค่อนไปทางเกรดบีบวก แต่ในช่วงหลังๆ จะเห็นได้ว่าพวกเขาก็ไม่ค่อยมีส่วนร่วมกับทีมชุดแรกของสโมสรอยู่แล้วนะครับ ดังนั้นขุมกำลังของอาร์เซน่อลในซีซั่นที่จะถึงก็คงไม่ดร็อปลงไปมาก แต่ด้วยขุมกำลังโดยรวมผมก็ยังมองว่าพวกเขาไม่แข็งแกร่งพอจะไปแย่งลุ้นแชมป์อะไรกับใครเขาได้หรอก

สถานะในซีซั่นใหม่ : ลุ้นโควต้ายูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกเช่นเดิม

เชลซี

ช่วงเวลานับจากนี้ไปน่าจะเป็นซีซั่นที่ยังไม่น่าคาดหวังอะไรมากนักสำหรับแฟนๆ เดอะบลู เพราะมีหลายสิ่งหลายอย่างเกิดขึ้น นับตั้งแต่การปลดกุนซือจอมสโมคคิ่งซิกกาแลตอย่าง เมาริซิโอ ซาร์รี่ และแต่งตั้งเด็กเก่าก้นกุฏิอย่าง แฟรงค์ แลมพาร์ด ขึ้นมาเป็นหัวเรือใหญ่ของทีมแทน แม้ว่าแลมพาร์ดจะมีสถิติกับดาร์บี้ในฐานะผู้จัดการทีมเข้าขั้นเกือบดี (คือเกือบพาทีมเลื่อนชั้นขึ้นมาเล่นพรีเมียร์ลีกได้ แต่ก็ไม่ได้ เพราะแพ้แอสตัน วิลล่า ไปก่อน) แต่นั่นคือในระดับแชมเปี้ยนส์ชิพ ซึ่งคาดหวังเทียบเคียงอะไรกับพรีเมียร์ลีกไม่ได้มากนักหรอก ดังนั้นซีซั่นนี้ก็คงเป็นได้แค่เพียงซีซั่นปรับตัวสำหรับแลมพาร์ดและเชลซียุคใหม่เท่านั้นแหละ ยิ่งในตลาดซื้อขายนักเตะด้วยยิ่งแล้วใหญ่ เพราะถึงตอนนี้เชลซีเพิ่งได้ผู้เล่นใหม่มาคนเดียวคือ ​คริสเตียน พูลิซิช จากโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ไม่นับรวม มาเตโอ โควาชิซ ที่ย้ายจากเรอัล มาดริด มาเข้าทีมแบบถาวร หลังจากซีซั่นก่อนมาในฐานะตัวยืม ในขณะที่ตัวผู้เล่นย้ายออกก็จัดว่ามีระดับบิ๊กและพึ่งพาได้อยู่ ทั้ง เอเด็น อาซาร์ ที่ไปเรอัล มาดริด ด้วยสนนราคา 88.5 ล้านปอนด์, แกรี เคฮิลล์ ที่หมดหมดสัญญากับทีมไป และ อัลบาโร โมราตา ที่ย้ายกลับไปซุกอ้อมออกของแอตเลติโก มาดริด

รวมๆ ก็อย่างที่บอกครับ ขุมกำลังของเชลซีก็ทรงๆ ตามเดิม แต่ด้วยความใหม่ของผู้จัดการทีม ก็ทำให้นี่น่าจะเป็นซีซั่นของการปรับตัวของทีมเท่านั้นแหละ

สถานะในซีซั่นใหม่ : จองตั๋วไปยูโรป้าลีก

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

มาถึงทีมสุดท้ายท้ายสุด กับปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ซีซั่นที่จะถึงนี้แฟนผีต่างปรารถนาที่จะเห็นความเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นอย่างมากนะครับ เพราะซีซั่นก่อนถือว่าให้เวลาของเฮียทารก โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ ในการลองเชิงคุมทัพกันไปแล้ว ปีนี้น่าจะเข้าที่เข้าทางกันมากขึ้น และด้านการเสริมทัพ ก็ถือว่าช่วงซัมเมอร์นี้ปีศาจแดงเสริมทัพได้ในระดับที่น่าพอใจทีเดียว ทั้งเกมรุกที่ได้ปีกจรวด (หรือนักวิ่งก็ไม่ทราบ) แดเนียล เจมส์ มาจากสวอนซี ในสนนราคา 15 ล้านปอนด์ ส่วนเกมรับได้ อารอน วาน-บิสซากา มาจากคริสตัล พาเลซ ในสนนราคา 50 ล้านปอนด์ และที่สดๆ ร้อนๆ หมาดๆ ใหม่ๆ ก็คือได้ตัว แฮร์รี่ แมกไกวร์ มาจากเลสเตอร์ ซิตี้ ในราคาที่เป็นสถิติของกองหลังที่แพงที่สุดในโลกที่ 80 ล้านปอนด์ ขณะที่ผู้เล่นที่จากทีมไปก็มีแค่บิ๊กเนมรายเดียวคือ อันเดร์ เอร์เรรา ที่หมดสัญญา ย้ายไปอยู่ปารีส แซงกต์ แชร์กแมง แบบฟรีๆ ถ้าดูตามนี้ก็ถือว่าขุมกำลังของผีแดงในซีซั่นที่จะถึงนี้ดูแข็งแกร่งกว่าเดิมแน่นอน ยังไม่ต้องพูดถึงดีลเกมรุกอีกสักตัวก่อนตลาดปิดที่แฟนๆ ต่างเว้าวอนและรอคอยให้ลอร์ด เอ็ด วูดเวิร์ด สอยมาให้ได้สักที (และสักตัว) ก็ถือว่าน่าจะเป็นการเสริมทัพที่เยี่ยมยุทธสำหรับแฟนผีในตอนนี้แล้ว

อย่างไรก็ตาม ด้วยปัจจัยอะไรหลายๆ อย่าง ทำให้ผมเชื่อว่าการที่ผีแดงจะมีลุ้นแย่งแชมป์พรีเมียร์ลีกในซีซั่นนี้ยังเป็นอะไรที่ยากอยู่ นอกจากว่าจะมีบิ๊กเซอร์ไพร์สแบบสุดๆ แต่ถ้าให้เดาเล่นๆ ผมว่าแมนฯ ยูฯ ก็คงกระเตื้องขึ้นมาจากซีซั่นก่อนได้ แต่ไม่มากนัก

สถานะในซีซั่นใหม่ : ลุ้นโควต้าแชมเปี้ยนส์ลีก

และนั่นคือการคาดคะเนอนาคตของบิ๊กซิกส์ของพรีเมียร์ลีกอังกฤษในซีซั่น 2019/2020 นะครับ เพื่อนๆ คิดเห็นกันอย่างไร มาแลกเปลี่ยนกันได้นะครับ.

FIFATH LINE

FIFATH - เล่น FIFA55 กับน้องปาร์ตี้ แจกเครดิตลองเล่น ฟรี 100 บาท
สอบถามเพิ่มเติมหรือต้องการสมัครสมาชิก กดที่ปุ่มเพิ่มเพื่อนด้านล่างได้เลยค่ะ

Comments

comments